แนวข้อสอบ
ReadyPlanet.com
dot dot
bulletสนามพงษ์เพชรสอนขับรถยนต์
bulletขอสงวนลิขสิทธิ์ web นี้ทั้งรูปแบบและเนื้อหาจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย
bulletสิ่งที่ได้จากพงษเพชรสอนขับรถหลังเรียนจบ
dot
:: เรื่องน่ารู้ ::
dot
bulletสภาพรถที่ใช้สอนในปัจจุบัน
bulletหลักฐานที่ใช้ในการสอบใบอนุญาตขับขี่รถยนต์
bulletสิ่งที่ควรทราบและวิธีปฏิบัติตนสำหรับผู้เรียนขับรถยนต์
bulletหลักการสอนของโรงเรียน
bulletการปฏิบัติตนและปฏิบัติหน้าที่ของครูผู้สอน
dot
:: เครื่องหมายจราจร ::
dot
bulletเครื่องหมายจราจรประเภทบังคับ
bulletเครื่องหมายจราจรประเภทเตือน
bulletเครื่องหมายบนพื้นทาง
bulletเครื่องหมายลูกศรบนพื้นถนน
dot
:: การสอบใบขับขี่ ::
dot
bulletแนวข้อสอบพงษ์เพชร1
bulletแนวข้อสอบพงษ์เพชร ชุด 2
bulletแนวข้อสอบชุดที่ 1-4
bulletแนวข้อสอบชุดที่ 5-7
bulletแนวข้อสอบชุุด 8-12
bulletวิธีการขับรถที่ใช้ในชีวิตจริง
bulletแผนการสอนของพงษ์เพชรสอนขับรถ
bullet บรรยาการการไปสอบใบขับขี่
bulletภาพบรรยากาศของโรงเรียน
bulletแผนที่ MAP สาขาพงษ์เพชร และลาดพร้าว




แนวข้อสอบชุุด 8-12

 

                  แนวข้อสอบชุดที่ 8  พร้อมเฉลย
8 ข้อสอบใบขับขี่จริงหมวด เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย 

8.1 การขับรถขณะฝนตก.ข้อใดที่ผู้ขับขี่ไม่ควรปฏิบัติ
ก.เปิดไฟฉุกเฉินตลอดเส้นทาง
ข.เปิดที่ปัดน้ำฝน
ค.ใช้ความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น
ง.ลดความเร็วของรถลงกว่าปกติ
8.2
เมื่อเกิดรถเสีย ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.จอดรถทิ้งไว้กลางถนน
ข.นำกิ่งไม้วางไว้ท้ายรถ
ค.เผาป่าข้างทางหากเป็นกลางคืน
ง.นำรถจอดเข้าข้างทาง, เปิดไฟฉุกเฉิน

8.3 สัญญาณไฟเตือนบนแผงหน้าปัดรถสีใด ที่ไม่ควรปรากฏขณะขับรถ
ก.สีแดง
ข.สีเขียว
ค.สีเหลือง
ง.สีฟ้า
8.4
การจับพวงมาลัยนิ้วมือควรอยู่ในลักษณะใด
ก.นิ้วมือทั้งห้า จับพวงมาลัยให้กระชับ สามารถหมุนได้คล่องตัว
ข.นิ้วมือทั้งห้า กำพวงมาลัยให้แน่นที่สุด
ค.นิ้วมือทั้งห้าแตะที่พวงมาลัย สามารถหมุนพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว
ง.ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จับพวงมาลัยเพียงสองนิ้ว

8.5
เมื่อผู้ขับขี่ขับรถเสียหลักบนถนนเปียกลื่น ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.เหยียบเบรกทันที แล้วค่อยๆออกตัวเร่งความเร็วใหม่
ข.ถอนคันเร่ง.เหยียบเบรกเพื่อใช้เกียร์ต่ำ
ค.ถอนคันเร่ง.จับพวงมาลัยให้มั่นประคองรถต่อไป (/)
ง.ตั้งสติให้มั่น จับพวงมาลัยให้ดี เร่งความเร็วหนีให้พ้นไป

8.6 ขณะขับรถขึ้นทางลาดชัน ถ้าเครื่องยนต์ดับควรปฏิบัติอย่างไร
ก.เหยียบเบรก.ดึงเบรกมือ เข้าเกียร์ว่าง.และ ติดเครื่องใหม่
ข.เหยียบเบรก.ดึงเบรกมือ และ ติดเครื่องใหม่
ค.เปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำ ดึงเบรกมือ และติดเครื่องใหม่
ง.ปล่อยให้รถไหลไป แล้วค่อยประคองรถ

8.7
ขณะขับรถ ถ้ากระจกบังลมหน้ารถแตกร้าว ควรปฎิบัติอย่างไร
ก.ตั้งสติ ลดความเร็ว จอดรถข้างทาง.เปิดไฟฉุกเฉิน
ข.ตั้งสติ เปิดไฟฉุกเฉิน และขับรถต่อไป
ค.ตั้งสติ เปิดไฟฉุกเฉิน และหยุดรถทันที
ง.ตั้งสติ จอดรถข้างทาง

8.8
เพื่อความปลอดภัยในการขับรถช่วงฤดูฝน ควรตรวจสอบอุปกรณ์ส่วนควบสิ่งใดของรถก่อนเป็นลำดับแรก.
ก.ที่ปัดน้ำฝน
ข.น้ำในหม้อน้ำ
ค.น้ำกลั่นแบตเตอรี่
ง.ตรวจเช็คประตูหน้าต่างรถ

8.9
ข้อใดเปิดไฟหน้ารถไม่ถูกต้อง.
ก.เมื่อไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าในระยะต่ำกว่า 150 เมตร
ข.เมื่อต้องเร่งรีบไปทำงาน
ค.เมื่อฝนตกหนัก
ง.เมื่อมีควันไฟปกคลุมถนน

8.10
ในขณะที่ขับรถอยู่ มีกลิ่นเหม็นไหม้ แอร์เริ่มไม่เย็น เครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ขับต่อไปเรื่อยๆ
ข.ลดความเร็วลงแล้วขับต่อไป
ค.หยุดรถทันทีกลางถนนห้ามเคลื่อนย้าย
ง.จอดรถในที่ปลอดภัยแล้วเรียกช่างมาตรวจเช็ค

8.11 การหยุดรถบนทางลาดชัน ควรปฏิบัติตามลำดับอย่างไรจึงจะปลอดภัย
ก.เหยียบคลัทช์ เหยียบเบรก.ดึงเบรกมือ และปลดเกียร์ว่าง
ข.เหยียบคลัทช์ เหยียบเบรก.ปลดเกียร์ว่าง
ค.เหยียบคลัทช์ เหยียบเบรก.ดึงเบรกมือ
ง.เหยียบเบรกแล้วดึงเบรกมือ

8.12
การหมุนพวงมาลัยรถ ขณะจอดรถอยู่กับที่จะมีผลอย่างไร
ก.ทำให้หมุนพวงมาลัยง่ายขึ้น
ข.ดอกยางสึกเร็วกว่าปกติ
ค.สิ้นเปลืองน้ำมันเพาเวอร์
ง.สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง

8.13
การหยุดรถอย่างกะทันหัน(รถไม่ใช้เบรก.ABS) ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.เหยียบเบรกแรงๆโดยไม่ต้องถอนเบรก
ข.เหยียบคลัทช์ก่อน แล้วจึงเหยียบเบรก
ค.เหยียบเบรกและคลัทช์พร้อมกัน
ง.เหยียบและปล่อยเบรกสลับกัน (ย้ำเบรกซ้ำๆ)

8.14 รถที่ขับมาด้วยความเร็วสูงแล้วเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน(รถไม่ใช้เบรก.ABS) จะมีผลอย่างไร
ก.จะหยุดรถได้ตามระยะที่กำหนด
ข.ล้อจะล็อค.และรถจะหมุน
ค.รถจะค่อยๆ ชะลอความเร็วลง
ง.ล้อจะล็อค.และรถจะหยุดทันที

8.15
ขณะขับรถยางรถแตก.จะมีอาการอย่างไร
ก.พวงมาลัยรถจะไร้น้ำหนัก
ข.พวงมาลัยจะหนัก.รถจะเอียง
ค.รถหยุดกะทันหัน
ง.เบรกจะไม่ทำงาน

8.16 ในขณะขับรถ ยางรถแตกหรือระเบิด ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.คุมสติ บังคับพวงมาลัย ลดความเร็วลงและไม่ควรเหยียบเบรกกะทันหัน
ข.รีบเหยียบเบรกให้เร็วที่สุด
ค.หมุนพวงมาลัยอย่างรวดเร็วเพื่อหลบเข้าข้างทาง
ง.ปลดเกียร์ว่างแล้วรีบเหยียบเบรก

8.17
ในขณะที่กำลังขับรถ ถ้าฝากระโปรงหน้ารถเปิด ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ลดความเร็วแล้วจอดข้างทาง.เพื่อปิดฝากระโปรงให้เรียบร้อย
ข.หักเลี้ยวรถเข้าข้างทางทันที เพื่อปิดฝากระโปรงให้เรียบร้อย
ค.เบรกกะทันหัน
ง.เหยียบคันเร่งให้มิดเพื่อฝากระโปรงจะได้กระแทกปิด

8.18
ข้อใดเป็นวิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อรถเกิดไฟลัดวงจร
ก.หาผ้าหนา ๆ มาตบ
ข.ตัดกระแสไฟ หรือหาทางงัดขั้วแบตเตอรี่ออกก่อน
ค.วิ่งหาน้ำมันมาราด
ง.ใช้ทรายสาดใส่

8.19
การปรับระดับที่นั่งคนขับห่างเกินไป จะมีผลอย่างไร
ก.ทำให้เข้าเกียร์ได้ง่าย
ข.ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นชัดเจนดีมาก.สามารถตัดสินใจได้ดี
ค.บังคับพวงมาลัยลำบาก.ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ไม่สะดวก.เกิดเหตุฉุกเฉินไม่สามารถใช้คลัทช์ และเบรกได้
ง.ทำให้เบรกรถสะดวก

8.20
การตรวจสอบว่าเข็มขัดนิรภัยยังใช้งานได้ดีหรือไม่ ควรตรวจสอบอย่างไร
ก.กระตุกดึงสายเข็มขัดอย่างเร็ว แล้วสายเข็มขัดต้องล็อค
ข.ดูว่าเป็นของใหม่หรือไม่
ค.ดูว่าเข็มขัดมียี่ห้อหรือไม่
ง.ต้องมีสีเข้มๆ

8.21
ถ้ารถเสียหลักลื่นไถลพร้อมเสียการทรงตัว ควรปฏิบัติอย่างไรเป็นลำดับแรก.
ก.รีบเข้าเกียร์ต่ำเพื่อชะลอความเร็ว
ข.ค่อยๆ เหยียบแป้นคลัทช์
ค.หมุนพวงมาลัยไปซ้ายบ้าง.ขวาบ้าง
ง.ลดความเร็วจับพวงมาลัยให้มั่น

8.22 การจอดรถชิดขอบทาง.ล้อหน้าควรอยู่ในลักษณะใด
ก.หันเข้าหาขอบทาง
ข.อยู่อย่างไรก็ได้
ค.ตรงและขนานกับขอบทางหรือฟุตบาต
ง.หันออกจากขอบทาง

8.23
การเข้าเกียร์ถอยหลังขณะรถยังไม่หยุดนิ่งมีผลเสียอย่างไร
ก.ไม่มีผลต่อส่วนใดของรถ
ข.เข้าเกียร์ยากและทำให้เกียร์เสียเร็วกว่าปกติ
ค.ทำให้น้ำมันเกียร์หมดเร็ว
ง.เครื่องยนต์กินน้ำมันเครื่อง

8.24
การขับรถถอยหลังควรใช้ความเร็วระดับใด
ก.ถอยช้าๆ แล้วใช้ความระมัดระวัง
ข.ถอยแบบไหนก็ได้
ค.ถอยเหมือนกับเดินหน้า
ง.ใช้ความเร็วตามสภาพของรถ

8.25
ข้อใดเป็นการสตาร์ทเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง.
ก.ขึ้นเบรกมือ-ปลดเกียร์ว่าง.-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า-เหยียบคลัทช์-สตาร์ทเครื่องยนต์
ข.ปลดเกียร์ว่าง-ขึ้นเบรกมือ-สตาร์ทเครื่องยนต์
ค.เหยียบคลัทช์-สตาร์ทเครื่องยนต์
ง.ปลดเบรกมือ-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า-สตาร์ทเครื่องยนต์

8.26
หากเกิดฝนตกหนักจนมองเห็นทางไม่ชัดเจน ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.จอดรถทันที
ข.เปิดไฟหน้าเร่งความเร็วผ่านบริเวณที่ฝนตกหนัก
ค.เร่งความเร็วให้ผ่านบริเวณที่ฝนตกโดยเร็ว
ง.จอดรถบริเวณที่ปลอดภัย เปิดไฟหน้ารถและเปิดไฟฉุกเฉิน

8.27 การจับพวงมาลัยขณะขับรถทางตรง.มือขวาและซ้ายของผู้ขับขี่ ควรอยู่ในตำแหน่งลักษณะใดของหน้าปัดนาฬิกา
ก.ตำแหน่งเลข.2 และเลข.10
ข.ตำแหน่งเลข.4 และเลข.10
ค.ตำแหน่งเลข.3 และเลข.10
ง.ตำแหน่งเลข.6 และเลข.10

8.28
เมื่อขับรถในขณะฝนตก.ท่านไม่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.เปิดที่ปัดน้ำฝน
ข.เปิดไฟฉุกเฉินตลอดทาง
ค.ขับด้วยความระมัดระวังมากขึ้น
ง.ลดความเร็วของรถ


8.29
เมื่อขับรถในขณะฝนตก.ท่านไม่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เปิดที่ปัดน้ำฝน
ข. เปิดไฟฉุกเฉินตลอดทาง
ค. ขับด้วยความระมัดระวังมากขึ้น
ง. ลดความเร็วของรถ

8.30
จากรูป หากท่านต้องการที่จะขับตรงผ่านไป ท่านควรระมัดระวังและปฏิบัติอย่างไร
ก. ลดความเร็วและเพิ่มความระมัดระวังทุกครั้งก่อนถึงทางแยก
ข. ระวังรถด้านซ้ายเพราะอยู่ใกล้ช่องทางของเรา
ค. ระวังรถทางขวาเพียงอย่างเดียว และขับต่อไป
ง.ขับด้วยความเร็วเท่าเดิม

8.31
จากรูป หากท่านต้องการที่จะขับตรงผ่านไป ท่านควรระมัดระวังและปฏิบัติอย่างไร
ก. ชะลอรถและให้รถทางขวามือขับผ่านไปก่อน
ข. ขับรถต่อไปได้เลยเพราะเราคือทางเอก
ค. ขับด้วยความเร็วเท่าเดิม
ง. เร่งเครื่องยนต์เพื่อขับผ่านไปก่อน

8.32
จากรูป หากท่านต้องการที่จะเลี้ยวขวา ท่านควรระมัดระวังและปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดรถให้ห่างเพื่อความปลอดภัย
ข. ขับไปในช่องทางขวาเพื่อเลี้ยวได้เลย
ค. เลี้ยวพร้อมกับรถคันหน้าได้ทันที
ง. ชะลอรถเนื่องจากรถคันหน้าจะเลี้ยวซ้าย

8.33 จากรูป หากท่านพบเห็นสัญญาณจราจรเปลี่ยนเป็นสีเหลือง.ท่านควรระมัดระวังและปฏิบัติอย่างไร
ก. เร่งความเร็วและขับผ่านไป
ข. บีบแตรและขับผ่านไป
ค. ค่อยๆ เหยียบเบรกย้ำๆ เพื่อเตือนรถข้างหลังระวังและเตรียมหยุด
ง.เหยียบเบรกเพื่อหยุดรถทันที

8.34
จากรูป หากท่านต้องการที่จะเลี้ยวซ้าย ท่านควรระมัดระวังและปฏิบัติอย่างไร
ก. ลดความเร็ว และระมัดระวังรถด้านซ้าย รวมทั้งคนเดิมข้ามถนน
ข.เลี้ยวซ้ายได้ทันที
ค. เร่งความเร็วเพื่อให้สามารถเลี้ยวได้เร็ว
ง. บีบแตรก่อนทำการเลี้ยวรถ

8.35
จากรูป หากท่านต้องการที่จะเลี้ยวซ้าย ท่านควรระมัดระวังและปฏิบัติอย่างไร
ก. ขับตามรถคันหน้าให้ชิดและทำการเลี้ยวทันที
ข. เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ชะลอรถ หยุดให้คนเดินถนนข้ามทางก่อน
ค. บีบแตรเพื่อให้คนเดินข้ามถนนด้วยความรวดเร็ว
ง.เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินเพื่อเตือนรถด้านหลัง

8.36
จากรูป หากท่านต้องการที่จะเลี้ยวขวา ท่านควรระมัดระวังและปฏิบัติอย่างไร
ก. ควรเลี้ยวให้ทันเนื่องจากมีรถคันใหญ่ขวางรถฝั่งตรงข้าม
ข. เร่งความเร็วเพื่อเลี้ยวขวาทันที
ค. หยุดรอในตำแหน่งที่จะเลี้ยวและให้รถด้านตรงข้ามผ่านไปก่อน
ง.ขับรถไปในช่องทางด้านขวาเพื่อทำการเลี้ยว


8.37
จากรูป หากท่านต้องการที่จะเลี้ยวขวา ท่านควรระมัดระวังและปฏิบัติอย่างไร
ก. เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ชะลอรถ หยุดให้คนเดินถนนข้ามทางก่อน
ข. ขับตามรถคันหน้าให้ชิดและทำการเลี้ยวทันที
ค. บีบแตรเพื่อให้คนเดินข้ามถนนด้วยความรวดเร็ว
ง. ขับรถออกในช่องทางขวาเพื่อทำการเลี้ยว


8.38
จากรูป หากท่านต้องการขับตรงไป ท่านควรระมัดระวังและปฏิบัติอย่างไร
ก. บีบแตรเพื่อให้รถคันหน้าเร่งความเร็ว
ข. ขับต่อไปด้วยความเร็วเท่าเดิม
ค. ลดความเร็วลง.และให้ทางแก่รถที่เลี้ยวออกมา
ง. เปิดไฟฉุกเฉินและขับผ่านไปด้วยความรวดเร็ว


8.39
จากรูป รถคันใดอยู่ในจุดบอดของรถคันสีขาว
ก. รถ ค.
ข. รถ ก. และรถ ข.
ค. รถ ข. และรถ ค.
ง. รถ ก. และรถ ค.


8.40
ด้วยสาเหตุใด ผู้ขับขี่จะต้องหันหน้ามองไปทางด้านข้างก่อนทำการเปลี่ยนช่องจราจร
ก. จะทำให้สามารถเปลี่ยนช่องจราจรได้รวดเร็วมากขึ้น
ข. เพื่อตรวจดูจุดบอดของรถด้านขวา
ค. เพื่อเปลี่ยนช่องจราจรในกรณีที่ไม่ต้องการเปิดสัญญาณไฟเลี้ยว
ง. เพื่อให้สามารถเห็นผู้คนที่เดินอยู่บริเวณทางเดินเท้า


8.41
ข้อใดคือความหมายที่ถูกต้องของจุดบอด
ก. บริเวณด้านหลังของรถที่กระจกมองหลังจับภาพไม่ได้
ข. บริเวณที่คนขับไม่สามารถมองเห็นได้ชัดในขณะขับรถ
ค. บริเวณด้านหน้าของรถที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นได้
ง.บริเวณด้านซ้ายของรถที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นได้

8.42
ถ้าเครื่องดับขณะกำลังเคลื่อนที่ออกจากทางลาดชัน ท่านควรปฏิบัติอย่างไรเป็นลำดับแรก
ก. ทำการเบรกทันทีเพื่อไม่ให้รถไหล
ข. เปลี่ยนไปเข้าเกียร์ว่าง.
ค. ติดเครื่องใหม่
ง. เปิดไฟฉุกเฉิน

8.43
การขับขี่ขึ้นหรือลงทางลาดชัน ควรใช้เกียร์ใด
ก. เกียร์ต่ำ
ข. เกียร์สูง.
ค. เกียร์ว่าง.
ง. เกียร์ใดก็ได้

8.44
ในการขับขี่ลงทางลาดชัน ผู้ขับขี่ควรใช้เกียร์ต่ำเนื่องจากสาเหตุใด
ก. เพื่อเพิ่มกำลังของรถ
ข. เพื่อหน่วงความเร็วของรถ
ค. เพื่อลดความร้อนของเครื่องยนต์
ง. เพื่อเพิ่มความเร็วของรถ

8.45
เพราะเหตุใดจึงไม่ควรใช้เบรกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานในขณะขับขี่ลงทางลาดชัน
ก. จะทำให้เสียเวลาในการเดินทาง
ข. จะทำให้เปลืองน้ำมัน
ค. จะทำให้ผ้าเบรกไหม้
ง. จะทำให้รถเคลื่อนตัวได้ช้า

8.46
ในการขับขี่ลุยน้ำ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ลดความเร็วลง.แต่เร่งเครื่องยนต์ให้มากกว่าปกติเล็กน้อย
ข. เปิดไฟฉุกเฉิน
ค. ขับรถด้วยความเร็วมากขึ้น
ง. ขับรถด้วยความเร็วปกติ

8.47
เหตุใดขณะขับรถลุยน้ำจึงต้องเร่งเครื่องยนต์มากกว่าปกติเล็กน้อย
ก. เพื่อให้รถมีความเร็วคงที่
ข. เพื่อให้เครื่องยนต์ร้อน
ค. เพื่อให้รถมีความเร็วมากขึ้น
ง. เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ดับ

8.48
ท่านควรปฏิบัติอย่างไรขณะขับรถผ่านบริเวณน้ำท่วม
ก. ขับช้าๆ ตามหลังรถคันหน้าในระยะห่างพอสมควร
ข. พยายามไม่ใช้เบรกโดยเด็ดขาด
ค. พยายามขับจี้ท้ายรถคันหน้าตลอดเวลา
ง. เปิดไฟฉุกเฉินตลอดเวลา

8.49
หลังจากขับรถผ่านบริเวณน้ำท่วม ท่านควรทดสอบระบบใดต่อไปนี้
ก. ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์
ข. ระบบไฟฟ้า
ค. ระบบเบรก.
ง. ระบบช่วงล่าง

8.50
ข้อใดต่อไปนี้คือประโยชน์สูงสุดของการชะลอรถด้วยเครื่องยนต์ในขณะลงทางลาดชัน
ก. ลงทางลาดชันด้วยความปลอดภัย
ข. ลดการสึกหรอของผ้าเบรก.
ค. ช่วยประหยัดน้ำมัน
ง. เพิ่มการทรงตัวของรถ

8.51
เพราะเหตุใดรถจึงลื่นไถลได้ง่ายขณะฝนตกใหม่ๆ
ก. น้ำฝนทำให้ถนนชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ
ข. น้ำฝนจะกลายเป็นแผ่นฟิล์มรองรับระหว่างยางกับพื้นถนน
ค. ถนนคอนกรีตดูดซับน้ำฝนได้เป็นอย่างดี
ง. พื้นถนนปรับอุณหภูมิเร็วเกินไป

8.52
ข้อใดไม่ควรปฏิบัติเมื่อขับขี่ในขณะฝนตกหนัก.
ก. ขับรถเร็วและกระแทกเบรกรถอย่างรุนแรง
ข. ขับด้วยความเร็วต่ำ
ค. เปิดไฟหน้ารถ
ง. หยุดรถรอบนถนน

8.53
ข้อใดต่อไปนี้ปฏิบัติได้ถูกต้องสำหรับการขับขี่ในเวลากลางคืน
ก. เปิดไฟสูงตลอดเวลาขณะขับขี่
ข. ขับให้ช้ากว่าปกติหรือไม่เร็วกว่าสายตาที่มองเห็น
ค. ขับให้เร็วได้ตามปกติ
ง. เปิดไฟฉุกเฉินตลอดเวลาขณะขับขี่

8.54
หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติสิ่งใดเป็นอันดับแรก.
ก. แจ้งกู้ภัย
ข. แจ้งตำรวจ
ค. แจ้งประกันภัยรถยนต์
ง. ให้สัญญาณเพื่อเตือนให้รถอื่นทราบ

8.55
หากมีผู้บาดเจ็บหลังจากเกิดอุบัติเหตุ ท่านควรปฏิบัติอย่างไรหากตัวท่านมิได้รับบาดเจ็บ
ก. ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล
ข. ไม่ต้องสนใจหากผู้บาดเจ็บไม่ใช่คนที่ท่านรู้จัก.
ค. แจ้งตำรวจที่อยู่บริเวณใกล้เคียง.
ง. รีบแจ้งหน่วยกู้ภัยให้เร็วที่สุด

8.56
ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการขับขี่อย่างประหยัดน้ำมัน
ก. รถจะประหยัดน้ำมันมากขึ้นหากวิ่งด้วยความเร็วที่สูงขึ้น
ข. รถจะประหยัดน้ำมันหากขับด้วยความเร็วคงที่
ค. รถจะประหยัดน้ำมันมากขึ้นหากเร่งเครื่องบ่อยครั้ง.
ง. รถจะประหยัดน้ำมันมากขึ้นหากวิ่งด้วยความเร็วที่ไม่คงที่

8.57
หากกำลังขับขี่รถอยู่บนถนน แล้วฝนเริ่มตก.ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ลดความเร็วของรถลง
ข. เร่งความเร็วของรถเพื่อให้ผ่านฝนไปให้เร็ว
ค. เปิดไฟฉุกเฉินและรีบขับผ่านบริเวณนั้นไป
ง. หยุดรถข้างทางทันที

8.58
เมื่อขับรถในเวลากลางคืน ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
 
ก. ทิ้งระยะห่างระหว่างรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ
ข. เปิดไฟฉุกเฉินขณะทำการแซงรถคันหน้า
ค. พยายามขับรถเข้าไปให้ใกล้กับรถคันหน้าเพื่อให้รถคันหน้าเห็นรถเราได้ชัดเจน
ง. ใช้ไฟสูงตลอดทางของการขับรถ

8.57
ก่อนการขับรถเป็นระยะทางไกลๆผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังก่อนการเดินทาง
ข. พักผ่อนให้เพียงพอ
ค. รับประทานอาหารก่อนการเดินทาง.
ง. หาเพื่อนนั่งไปด้วยขณะเดินทาง

8.58
จากสถานการณ์ดังรูป หากต้องการจะเคลื่อนที่ต่อไป ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไรเป็นลำดับแรก.
ก. เปิดสัญญาณไฟ
ข. ตรวจสอบความปลอดภัยทางด้านขวา
ค. บีบแตรให้สัญญาณ
ง. ลดกระจกแล้วโบกมือขอทาง

8.59
เมื่อต้องขับรถเข้าใกล้ทางรถไฟที่ไม่มีแผงกั้น ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง.
ก.ชะลอรถและควรเตรียมพร้อมที่จะหยุดรถตลอดเวลา
ข.เพิ่มความเร็วเพื่อให้ผ่านไปได้เร็ว
ค.บีบแตรเตือนเพื่อความปลอดภัย
ง.เปิดกระจกเพื่อฟังเสียงสัญญาณเตือนรถไฟ


8.60
เมื่อขับผ่านทางที่มีป้ายเตือนว่า ระวังทางข้างหน้าหินหล่นทับเส้นทางบ่อยหรือป้ายเตือนดังในรูป ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ชะลอความเร็วลง.ขับขี่ด้วยความระมัดระวังมากขึ้น
ข.รีบเร่งความเร็วเพื่อผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ค.ไม่ต้องทำอะไร เพราะโอกาสที่จะเกิดยาก.
ง.หลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น

8.61
เมื่อพบว่าไฟไหม้เครื่องยนต์ขณะขับรถ ผู้ขับรถควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ขับรถลงแม่น้ำข้างทาง
ข.จอดและสละรถทันที
ค.ตั้งสติ ค่อยๆ ขับรถจอดข้างทาง
ง.แจ้งกู้ภัยทางหลวง

8.62
สิ่งใดต่อไปนี้มีผลทำให้รถเปลืองน้ำมัน
ก.ดอกยางสึกหรอ
ข.ขับรถด้วยความเร็วคงที่
ค.ระยะการปรับเบรกปกติ
ง.บรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนด

8.63 ปัจจัยใดต่อไปนี้มีผลต่อการเกิดสถานการณ์อันตรายมากที่สุด
ก.ความไม่พร้อมของคนขับ
ข.ลักษณะทางภูมิศาสตร์
ค.การเคลื่อนที่ของรถ หรือคนเดินเท้า
ง.สภาพผิวจราจร

8.64
ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย
ก.หากง่วงนอนมากควรขับรถด้วยความเร็วสูง.เพื่อให้ตื่นตัว
ข.การเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าในขณะฝนตกควรมากกว่าการขับรถในสภาวะปกติ
ค.ไม่จำเป็นต้องตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทาง.
ง.ควรขับรถด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.เพื่อถึงที่หมายเร็วขึ้น


8.65
จากรูป หากท่านต้องการแซงรถข้างหน้าแล้วกลับช่องทางเดินรถด้านซ้าย ท่านจะต้องให้สัญญาณไฟอย่างไร
ก.ตรวจสอบความปลอดภัยแล้วเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวขวาก่อนแซง
ข.เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายขณะแซง.
ค.เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวขวาก่อนและตามด้วยสัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายขณะแซง.
ง.ไม่จำเป็นต้องเปิดสัญญาณไฟหากรถคันหน้าขับด้วยความเร็วต่ำ

8.66
ในสภาพถนนปกติ รถพร้อม คนพร้อม ขับรถตามรถคันหน้าต้องเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเท่าใดจึงจะปลอดภัยเมื่อรถคันหน้าหยุด
ก. หนึ่งช่องรถ
ข. 3 เมตร
ค. 5 เมตร
ง. ห่างพอสมควรและสามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัย

8.67 สถานการณ์ใดใช้ไฟฉุกเฉินได้อย่างเหมาะสม
ก.เปิดไฟฉุกเฉินในขณะที่หมอกลงจัด
ข.เปิดไฟฉุกเฉินเมื่อกำลังจะเลี้ยวซ้ายบริเวณทางแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร
ค.เปิดไฟฉุกเฉินเพื่อให้ผู้ขับขี่ท่านอื่นทราบว่าตนจะวิ่งตรงไป
ง.เปิดไฟฉุกเฉินเมื่อรถจอดเสียอยู่บริเวณไหล่ทาง.


8.68
รถที่ขับมาด้วยความเร็วสูงแล้วเหยียบเบรกกะทันหัน (รถที่ไม่มีระบบเบรก.ABS) จะมีผลอย่างไร
ก.จะหยุดรถได้ตามระยะที่กำหนด
ข.รถจะค่อยๆ ชะลอความเร็วลง.
ค.ล้อจะล็อกและรถอาจจะหมุน
ง.ล้อจะล็อกและรถจะหยุดทันที


8.69
การหยุดรถอย่างกะทันหัน (รถที่ไม่มีระบบเบรก.ABS) ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.เหยียบเบรกสลับกับปล่อยเบรกเป็นจังหวะ
ข.เหยียบเบรกแรงๆ
ค.เหยียบเบรกเท้าสลับกับดึงเบรกมือ
ง.เหยียบเบรกเท้าและดึงเบรกมือพร้อมกัน

8.70
ข้อใดปฏิบัติไม่ถูกต้องในการเบรกฉุกเฉิน
ก.หักพวงมาลัยหลบเมื่อจำเป็นต้องหลบการปะทะด้านหน้า
ข.มือทั้งสองข้างต้องจับอยู่ที่พวงมาลัย
ค.ใช้เบรกมือช่วย
ง.หลีกเลี่ยงการเหยียบกระแทกเบรกสำหรับเบรกที่ไม่ใช่ระบบเบรก.ABS

8.71
การจอดรถลักษณะใดที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
ก.จอดรถซ้อนคัน
ข.จอดรถชิดขอบทางด้านซ้าย
ค.จอดรถในลานจอดรถ
ง.จอดรถภายในอาคารจอดรถ


8.72
รูปใดต่อไปนี้ ห้ามจอด
ก.รูป 1. และรูป 2.
ข.รูป 2. และรูป 3.
ค.รูป 1. และรูป 3.
ง.ทั้งรูป 1. 2. และ 3.


8.73.
หากท่านจอดรถชิดขอบทางทางด้านซ้ายอยู่ และต้องการที่จะเคลื่อนตัวออก.ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก.มองดูรถที่ตามมาผ่านกระจกมองข้างและกระจกมองหลัง.จากนั้นเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวขวา
ข.เปิดสัญญาณไฟเพื่อเตือนให้รถคันที่ตามมาชะลอความเร็วลง.
ค.ไม่จำเป็นต้องหันมองดูรถที่จอดอยู่ข้างหน้า มองแค่รถที่ตามมาก็พอ
ง.ให้สัญญาณมือเพื่อขอทาง


8.74
เมื่อฝนเริ่มตกหนักในขณะที่ท่านขับรถอยู่ในเขตที่จำกัดความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ขับด้วยความเร็วเท่าเดิม
ข.ชะลอความเร็วลง.
ค.ขับรถเข้าข้างทางและรอจนกว่าฝนจะหยุดตก.
ง.เร่งความเร็ว

8.75
สาเหตุใดต่อไปนี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการชนท้าย
ก.คนข้ามถนนตัดหน้า
ข.สัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน
ค.ขับรถชิดคันหน้ามากเกินไป
ง.การหยุดรถทุกๆ แยก.

8.76
การขับรถทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้ามากเกินไป จะเกิดผลเสียอย่างไรกับสภาพการจราจร
ก. การจราจรคล่องตัวมากขึ้น
ข. จะขับรถด้วยความปลอดภัยมากขึ้น
ค. ลดอุบัติเหตุ
ง.เกิดปัญหาการจราจรติดขัด


8.77 เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่ต้องทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าเป็นระยะเท่าใด
ก. ระยะห่างที่เหมาะสมกับความเร็วของรถ
ข. 2 เมตร
ค. 3 เมตร
ง. ไม่น้อยกว่า 4 เมตร


8.78
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้องในการขับขี่
ก. เมื่อรถคันหลังขับตามมาในระยะกระชั้นชิด ควรเพิ่มความเร็ว
ข. น้ำหนักและความเร็วของตัวรถมีผลต่อระยะทางในการหยุดรถ
ค. ระยะปลอดภัยของรถใหญ่จะต้องมีมากกว่าระยะปลอดภัยของรถยนต์
ง.เมื่อระยะห่างกับรถคันหน้าน้อยเกินไป ควรลดความเร็ว


8.79
การเปลี่ยนช่องทางจราจร ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.เปลี่ยนช่องจราจรเมื่อใดก็ได้
ข.มองกระจกข้าง.ให้สัญญาณแล้วเปลี่ยนช่องจราจรเมื่อเห็นว่าปลอดภัย
ค.เปลี่ยนช่องจราจรโดยเร็วเพื่อหลบรถคันอื่น
ง.ให้สัญญาณมือและสัญญาณไฟแล้วเปลี่ยนช่องจราจรได้เลย


8.80
หากท่านเห็นรถบรรทุกที่อยู่ข้างหน้าเปิดไฟเลี้ยวซ้ายแต่กำลังเคลื่อนไปทางขวา ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก.รักษาระยะห่างไว้และรอให้รถใหญ่เคลื่อนไปในทิศทางที่แน่นอน
ข.ขับเข้าไปใกล้ๆ เพื่อเตรียมแซง
ค.ให้เข้าใจว่าผู้ขับขี่รถใหญ่นั้นเปิดสัญญาณไฟผิด
ง.เตรียมแซงเมื่อรถใหญ่เริ่มชะลอความเร็ว

8.81
จากรูป รถคันสีน้ำเงิน หรือรถคันสีเขียว มีสิทธิที่จะได้ไปก่อน
 
ก.รถคันสีน้ำเงิน
ข.รถคันสีเขียว
ค.รถคันไหนไปก่อนก็ได้
ง.มีสิทธิที่จะไปพร้อมๆ กัน


8.82
กรณีที่ท่านเห็นรถคันอื่นให้สัญญาณเพื่อเลี้ยวรถหรือเปลี่ยนช่องทางการเดินรถ ท่านต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ชะลอความเร็วและให้ทาง
ข.เร่งความเร็วเพื่อจะไปก่อน
ค.หยุดรถ
ง.จอดรถ


8.83
จากรูป รถคันใดจะต้องให้ทาง.
ก.รถคันสีขา
ข.รถคันสีแดง
ค.รถที่มีความเร็วสูงกว่า
ง.รถที่มีความเร็วต่ำกว่า


8.84
รูปใดแสดงการกลับรถที่ถูกต้อง.
ก.รูป 1.
ข.รูป 2.
ค.รูป 3.
ง.รูป 1. และ รูป 3.


8.85
ข้อใดต่อไปนี้เป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง
ก.ไม่แซงหากรถคันหน้ากำลังแซงอยู่
ข.แซงขณะที่รถข้างหลังกำลังจะแซงรถของท่าน
ค.ไม่แซงหากมีรถวิ่งสวนมาในระยะใกล้
ง.แซงได้หากรถข้างหน้าของท่านเปิดไฟเลี้ยวซ้ายและชะลอความเร็วลง


8.86
จากรูป หากรถที่ท่านกำลังจะแซงเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวขวา ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ชะลอความเร็วและรอจนกว่ารถคันหน้าเลี้ยวผ่านไป
ข.เพิ่มความเร็วของรถและแซงผ่านไป
ค.ให้สัญญาณไฟสูงเพื่อบอกให้รู้ว่าจะแซงผ่านไปก่อน
ง.ให้สัญญาณแตรเพื่อบอกให้รู้ว่าจะแซงผ่านไปก่อน

8.87
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับการแซงรถคันหน้าที่เคลื่อนตัวด้วยความเร็วที่ใกล้เคียงกัน
ก.ใช้ระยะทางและเวลาในการแซงน้อยลง
ข.ใช้ระยะทางมากขึ้น เวลาในการแซงเท่าเดิม
ค.ใช้ระยะทางเท่าเดิม เวลาในการแซงมากขึ้น
ง.ใช้ระยะทางและเวลาในการแซงมากขึ้น


ข้อใดเป็นการขับรถอย่างปลอดภัย
ก.แซงรถคันข้างหน้าในขณะเข้าโค้ง
ข.เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าในระยะที่ผู้ขับขี่สามารถหยุดรถได้ทัน
ค.แซงด้านซ้ายในถนน 2 ช่องจราจร เมื่อรถคันหน้าขับช้า
ง.เปิดไฟสูงตลอดเวลาในการขับรถเวลากลางคืน


8.88
หากท่านขับรถด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแต่ท่านรู้สึกว่าเร็วเกินไป ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ชะลอความเร็วลงจนท่านคิดว่าปลอดภัย
ข.ขับให้ใกล้เคียง.100 กม.ต่อชั่วโมง
ค.ออกจากเส้นทางนั้น
ง.หยุดรถของท่านทันที


8.89
การขับขี่ในทางลักษณะใดที่ไม่จำเป็นต้องให้สัญญาณไฟเลี้ยว
ก.ทางเลี้ยวซ้ายเข้าซอย
ข.ทางบังคับเลี้ยว
ค.ทางเลี้ยวซ้ายออกจากซอย
ง.ทางกลับรถ


8.90
การเปิดไฟสูงในสถานการณ์ใดถูกต้อง
ก.เปิดไฟสูงขณะที่ไม่มีรถสวนทาง
ข.เปิดไฟสูงขณะฝนตกหนัก
ค.เปิดไฟสูงเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ
ง.เปิดไฟสูงเมื่อขับรถตามหลังคันหน้า


8.91
เมื่อรถของท่านเสียบริเวณกลางถนน ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก.นำสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมมาไว้ท้ายรถของท่าน
ข.จอดรถทิ้งไว้กลางถนน
ค.เปิดไฟฉุกเฉินและนำรถจอดเข้าข้างทาง
ง.ก่อกองไฟข้างทางในกรณีที่รถท่านเสียเวลากลางคืน


8.92
ท่านควรใช้สัญญาณไฟฉุกเฉินในกรณีใด
ก.เมื่อรถของท่านเสีย
ข.เมื่อท่านขับรถด้วยความเร็วต่ำขณะที่กำลังหลงทาง
ค.เมื่อท่านขับรถด้วยความเร็วต่ำเนื่องจากฝนตกหนัก
ง.เมื่อท่านต้องการขับผ่านสี่แยกไปในทิศทางตรง.


8.93
ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้องสำหรับการเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินตลอดเวลา
ก.ทำให้ไม่สามารถส่งสัญญาณไฟเลี้ยวได้
ข.ทำให้ผู้ขับขี่คันอื่นเข้าใจว่าเป็นรถที่ขับเร็ว
ค.ทำให้ผู้ขับขี่คันอื่นสับสนว่ารถคันที่เปิดไฟฉุกเฉินกำลังเลี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง
ง.ทำให้ผู้ขับขี่คันอื่นคิดว่าเป็นรถที่จอดนิ่งอยู่


8.94
การหยุดรถในสถานการณ์ใดจะใช้ระยะทางมากกว่าปกติ
ก.ขณะฝนตก
ข.ตอนกลางคืน
ค.ขณะที่มีลมแรง
ง.ขณะมีหมอก.


8.95
สิ่งใดเป็นปัจจัยที่ทำให้การเบรกด้อยประสิทธิภาพ
ก.การดูแลเอาใจใส่สภาพเครื่องยนต์และระบบช่วงล่าง
ข.ความว่องไวในการตอบสนองของร่างกายดีเยี่ยม
ค.การดื่มสุราก่อนขับรถ
ง.การดูแลเอาใจใส่ลมยาง.


8.96
หากท่านจอดรถในทางเดินรถหรือบนไหล่ทางในเวลากลางคืน ท่านต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.เปิดไฟหรี่
ข.เปิดไฟเลี้ยวซ้าย
ค.เปิดไฟเลี้ยวขวา
ง.เปิดไฟต่ำ


8.97 
จากรูป เมื่อท่านพบรถประจำทางเปิดไฟเลี้ยวขวาเพื่อออกจากป้ายรถเมล์ ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ไม่ต้องสนใจและขับแซงรถประจำทางไปในทันที
ข.ชะลอความเร็วและให้รถประจำทางไปก่อน
ค.บีบแตรหรือกะพริบไฟสูง
ง.เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน เพื่อบอกให้รถประจำทางไปก่อน


8.98
จากรูป หากท่านต้องการแซงบนถนนที่มีรถวิ่งสวนมา ท่านต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ขับแซงไปได้เลยโดยไม่ต้องสนใจรถที่สวนมา
ข.หากท่านคิดว่าท่านขับได้เร็วกว่ารถที่สวนมาแล้ว จึงทำการแซงได้ทันที
ค.หยุดรอให้รถที่ขับสวนมาผ่านไปก่อนแล้วค่อยขับแซง
ง.หากคิดว่าถนนมีความกว้างพอจึงแซงไปได้เลย


8.99
ท่านกำลังขับขี่ผ่านบริเวณที่มีรถจอดอยู่ข้างทาง.แต่ท่านสังเกตเห็นลูกบอลกลิ้งออกมา ท่านควรปฏิบัติอย่างใด
ก.ขับรถด้วยความเร็วเท่าเดิมและให้สัญญาณไฟสูง
ข.ขับรถด้วยความเร็วเท่าเดิมและให้สัญญาณแตร
ค.ลดความเร็วลงและเตรียมที่จะหยุดรถ
ง.จอดรถและโบกมือให้เด็กไปเก็บลูกบอล


8.100
จากรูป ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องเกี่ยวกับการแซง.
   
ก.รถคันหลังไม่สามารถแซงคันหน้าได้
ข.รถคันหลังสามารถแซงได้หากไม่มีคนข้ามถนน
ค.รถคันหลังสามารถแซงได้หากไม่มีรถสวนมา
ง.รถคันหลังสามารถแซงได้หากไม่มีป้ายหยุดบนขอบทาง.


8.101
เมื่อท่านขับรถเข้าใกล้รถที่จอดอยู่ข้างทาง.ท่านควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
ก.ขับต่อไปโดยไม่ต้องระวังสิ่งใด
ข.เร่งความเร็วผ่านไปทันที
ค.ให้สัญญาณไฟสูงเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ
ง.เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เตรียมพร้อมที่จะหยุดเสมอ

8.102 เมื่อท่านขับรถเข้าใกล้รถที่จอดอยู่ข้างทาง.ท่านควรปฏิบัติอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
ก.เร่งความเร็วผ่านไปทันที
ข.เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เตรียมพร้อมที่จะหยุดเสมอ
ค.ให้สัญญาณไฟสูงเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ
ง.ขับต่อไปโดยไม่ต้องระวังสิ่งใด

8.103
ในการขับขี่ท่านควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมใดมากที่สุด
ก.ขับขี่เร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
ข.เปลี่ยนช่องจราจร
ค.ขับขี่ด้วยความเร็วคงที่
ง.แซงรถคันอื่น เมื่อเห็นว่าปลอดภัย

8.104
เมื่อท่านขับรถผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขังแล้ว ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก.หยุดรถ รอผ้าเบรกให้แห้ง
ข.หยุดรถ ตรวจสอบยาง
ค.ใช้เท้าแตะเบรกเพื่อให้ผ้าเบรกแห้งเร็ว
ง.ขับรถให้เร็วขึ้นเพื่อให้ผ้าเบรกแห้ง

8.105
การขับขี่ผ่านทางร่วมทางแยกต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.หากไม่มีสัญญาณไฟจราจร ให้รถคันที่ใหญ่กว่าผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน
ข.เมื่อพบป้ายเตือนทางร่วมทางแยกให้ขับรถไปตามปกติ
ค.เมื่อพบป้ายเตือนสัญญาณไฟบริเวณทางร่วมทางแยกให้เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย
ง.ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรหรือกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

8.106 จากรูปรถคันสีน้ำเงิน หรือรถคันสีเขียวมีสิทธิที่จะผ่านไปก่อน
            
ก.ให้รถคันสีเขียวไปก่อน
ข.ให้รถคันสีน้ำเงินไปก่อน
ค.รถคันไหนไปก่อนก็ได้ หากมีความเร็วสูงกว่า
ง.รถคันไหนไปก่อนก็ได้ หากมาถึงก่อน

8.108
จากรูป หากท่านต้องการที่จะเลี้ยวขวาที่ทางแยกรูปตัว T ท่านจะต้องปฏิบัติอย่างไร
     
ก.ให้ทั้งรถทางขวาและซ้ายไปก่อน
ข.ให้รถทางขวาไปก่อน
ค.ให้รถทางซ้ายไปก่อน
ง.เลี้ยวขวาได้ทันที

8.109
จากรูป เมื่อท่านขับรถมาถึงทางแยกพบสัญญาณไฟเขียว แต่เกิดจราจรติดขัดในเส้นทางที่ท่านจะสัญจร ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
    
ก.ขับรถเข้าไปต่อคันหน้า
ข.รอจนกว่ารถข้างหน้าของท่านจะเคลื่อนตัว แล้วจึงขับรถเข้าไปต่อคันหน้า
ค.ขับรถเข้าไปตรงกลางแยก.แล้วรอจนกว่ารถข้างหน้าจะเคลื่อนตัว
ง.พยายามขับแทรกไปทางขวาของรถคันหน้า


8.110
จากรูป รถคันสีฟ้าและรถคันสีเหลืองต้องการจะเลี้ยวขวาเพื่อไปเลี้ยวซ้ายในซอยที่ 1 รถคันใดอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

         
ก. รถคันสีฟ้า (/)
ข.รถคันสีเหลือง
ค.เหมาะสมทั้งคู่
ง.ไม่เหมาะสมทั้งคู่


8.111
จากรูป รถคันสีแดงและรถคันสีเหลืองต้องการไปในทิศทางเดียวกัน รถคันใดมีสิทธิไปก่อนเมื่อมีสัญญาณให้หยุดทั้งสองทิศทาง.
           
ก.รถคันสีเหลือง
ข.รถคันสีแด
ค.คันใดก็ตามที่มาถึงทางแยกก่อน
ง.คันใดก็ตามที่ขับด้วยความเร็วที่สูงกว่า


8.112
หากท่านพบสัญญาณไฟกะพริบสีแดงที่บริเวณทางร่วมทางแยก.ท่านต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ชะลอความเร็วลง.และขับผ่านไปด้วยความระมัดระวัง
ข.หยุดรถหลังเส้นหยุดรถ เมื่อเห็นว่าปลอดภัยจึงขับผ่านไปด้วยความระมัดระวัง
ค.ขับรถต่อไปตามปกติ เพื่อมิให้เกิดความล่าช้าแก่รถคันที่ตามมา
ง.แจ้งเจ้าพนักงานว่าสัญญาณไฟจราจรขัดข้อง.

8.113
หากท่านพบสัญญาณไฟกะพริบสีเหลืองที่บริเวณทางร่วมทางแยก.ท่านต้องปฏิบัติอย่างไร
ก.ชะลอความเร็วลง.และขับผ่านไปด้วยความระมัดระวัง
ข.หยุดรถหลังเส้นหยุดรถ เมื่อเห็นว่าปลอดภัยจึงขับผ่านไปด้วยความระมัดระวัง
ค.ขับรถต่อไปตามปกติ เพื่อมิให้เกิดความล่าช้าแก่รถคันที่ตามมา
ง.แจ้งเจ้าพนักงานว่าสัญญาณไฟจราจรขัดข้อง


8.114
จากรูป ในกรณีที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร รถคันสีแดงหรือรถคันสีเหลืองมีสิทธิที่จะได้ไปก่อน

ก.รถที่มาถึงทางแยกก่อน
ข.รถคันสีแดง
ค.รถคันสีเหลือง
ง.รถที่มีความเร็วสูงกว่า


8.115
จากรูป หากรถคันสีแดง.และรถคันสีเหลือง.ต้องการจะเลี้ยวขวาในเวลาเดียวกัน รถคันใดจะมีสิทธิไปก่อน
      
ก.สามารถไปได้ในเวลาเดียวกัน
ข.รถคันสีแดง
ค.รถคันสีเหลือง
ง.รถที่มีความเร็วสูงกว่า


8.116
การขับขี่ในบริเวณชุมชนที่ถูกต้อง.ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ขับด้วยความเร็วสูง
ข.ขับด้วยความเร็วปกติ
ค.ขับด้วยความเร็วปกติ แต่ชะลอความเร็วเมื่อพบป้ายเตือน
ง.ขับด้วยความเร็วที่ต่ำ


8.117 ในการขับขี่ภายในชุมชน ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับสิ่งใด
ก.ป้ายโฆษณาข้างทาง
ข.รถโดยสารที่กำลังจอดและกำลังเคลื่อนที่ออก.
ค.สัตว์ที่ถูกปล่อยอยู่บนถนน
ง.คนขี่จักรยาน


8.118
เมื่อขับขี่เข้าใกล้บริเวณทางม้าลายหน้าโรงเรียน ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.พยายามใช้ความเร็วคงที่ในการผ่านบริเวณนั้น
ข.ขับรถชิดขอบทางด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง
ค.ชะลอความเร็วลง
ง.ให้สัญญาณเตือนผู้คนในละแวกนั้น


8.119
เมื่อขับรถเข้าใกล้บริเวณทางม้าลาย แต่ไม่มีคนข้ามทางม้าลาย ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ใช้สัญญาณแตรเสียงสั้นเพื่อเตือน
ข.ไม่ต้องให้สัญญาณ เพียงชะลอความเร็วลงก็พอ
ค.ใช้สัญญาณแตรเสียงยาวเพื่อเตือน
ง.ใช้สัญญาณไฟสูงเพื่อเตือน


8.120
หากท่านกำลังขับขี่เข้าสู่วงเวียน และพบรถขนาดใหญ่ที่กำลังเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายแต่ตัวรถค่อยๆ เคลื่อนตัวไปทางขวา ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก.รักษาระยะห่างไว้
ข.ให้สัญญาณแตร
ค.แซงไปทางด้านซ้าย
ง.ขับตามรถใหญ่


8.121
ข้อใดต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติในการขับขี่ผ่านวงเวียน (การขับขี่ผ่านวงเวียน)
ก.ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ
ข.ขับแซงไปมา
ค.ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
ง.ให้สัญญาณไฟเลี้ยวก่อนออกจากวงเวียนเสมอ


8.122
ข้อใดเป็นการขับรถเข้าทางโค้งอย่างปลอดภัย
ก.ลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง
ข.ใช้ความเร็วสูงกว่าที่กำหนด
ค.เปลี่ยนเกียร์ขณะเข้าทางโค้ง
ง.เหยียบเบรกกะทันหันขณะเข้าทางโค้ง


8.123
หากรถคันสีเหลืองต้องการมุ่งหน้าตรงผ่านวงเวียนจะต้องเปิดไฟเลี้ยวซ้ายเพื่อออกจากวงเวียนที่ตำแหน่งใด
ก.จุดที่ 2
ข.จุดที่ 1
ค.จุดที่ 3
ง.เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวซ้ายทุกๆ จุด


8.124
จากรูป หากท่านกำลังขับตามหลังคนขี่จักรยาน แต่ท่านต้องการที่จะเลี้ยวซ้าย ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
 
ก.ชะลอความเร็วจนกว่าจักรยานจะผ่านทางเลี้ยว
ข.พยายามแซงจักรยานก่อนที่จะถึงทางเลี้ยว
ค.จอดรถเพื่อรอจนกว่าคนขี่จักรยานจะผ่านทางเลี้ยว
ง.ทำการเลี้ยวโดยไม่ต้องสนใจจักรยาน


8.125
สิ่งใดที่ท่านควรระวังเป็นพิเศษเมื่อพบรถโดยสารจอดอยู่ในถนนฝั่งตรงข้าม

ก.รถโดยสารอาจเคลื่อนที่โดยฉับพลัน
ข.ผู้เดินเท้าอาจเดินออกมาทางข้างหลังรถโดยสาร
ค.รถโดยสารอาจเสียอยู่
ง.ไม่ต้องระวัง.เนื่องจากเป็นถนนฝั่งตรงข้าม


8.126
ดังรูปในกรณีที่รถสีน้ำตาลมาจากทางหลักและรถสีน้ำเงินออกมาจากซอยซึ่งเป็นทางรอง.รถคันใดต้องหยุดให้ทาง
ก.รถคันสีน้ำตาล
ข.รถคันสีน้ำเงิน
ค.รถคันใดก็ได้
ง.รถคันที่มีความเร็วต่ำกว่า


8.127
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการแซง.
ก.แซงบริเวณเขตห้ามแซงด้วยความระมัดระวัง (/)
ข.ไม่ควรแซงในทางที่มีทัศนวิสัยไม่ดี
ค.ควรประเมินเวลาที่ใช้ในการแซงให้ถูกต้อง
ง.แซงในขณะที่เห็นว่าปลอดภัยแล้วเท่านั้น


8.128 เมื่อท่านเห็นสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองในขณะที่ท่านกำลังจะขับขี่ผ่านทางแยกในเวลาเช้าตรู่ที่ไม่มีการจราจรอยู่ในบริเวณรอบๆ ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
    
ก.ขับต่อไปด้วยความเร็วคงที่
ข.ชะลอความเร็วและเตรียมหยุดรถ
ค.ขับต่อไปด้วยความเร็วสูงขึ้น
ง.ชะลอความเร็วลงและขับผ่านไป


8.129
ในขณะที่ท่านกำลังหยุดรอสัญญาณไฟอยู่ที่ทางแยก.แล้วไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว ท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ตรวจสอบการจราจรรอบๆ ข้างก่อน จากนั้นจึงออกรถ
ข.ขับรถผ่านทางแยกไปโดยเร็ว เพื่อไม่ให้รถคันหลังเสียเวลา
ค.รอจนกว่ารถคันข้างหลังของท่านจะให้สัญญาณแตร แล้วจึงออกรถ
ง.ปฏิบัติอย่างไรก็ได้ แล้วแต่ผู้ขับขี่


8.130
จากรูป ผู้ขับขี่รถคันสีแดงควรปฏิบัติอย่างไร
ก.บีบแตรเพื่อเตือนให้รถคันอื่นรับรู้
ข.มองกระจกข้าง.ให้สัญญาณ และเปลี่ยนช่องทางเมื่อปลอดภัย
ค.เร่งความเร็วขึ้นและแซงโดยไม่ต้องมองกระจกข้าง
ง.เร่งความเร็วไปข้างหน้าและรีบเปลี่ยนช่องจราจร


8.131
จากรูป ผู้ขับขี่รถคันสีแดงควรระมัดระวังรถคันใดมากที่สุด
   
ก.รถจักรยานยนต์
ข.รถคันสีน้ำเงิน
ค.รถคันสีเขียว
ง.ไม่จำเป็นต้องระวังรถคันใดเลย


8.132
ข้อใดเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักการขับรถอย่างปลอดภัย
ก.ตรวจความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง.
ข.ไม่จำเป็นให้สัญญาณไฟเลี้ยวในการเปลี่ยนช่องจราจร
ค.ในการกลับรถไม่จำเป็นต้องให้สัญญาณไฟเลี้ยว
ง.ในการขับรถตรงผ่านทางแยกควรให้สัญญาณไฟกะพริบฉุกเฉิน


8.133
หลักการขับรถเข้าโค้งที่ถูกต้องควรปฏิบัติเช่นไร
ก.เพิ่มความเร็วก่อนเข้าโค้ง.ลดความเร็วขณะออกจากโค้ง
ข.ลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง.เพิ่มความเร็วขณะออกจากโค้ง
ค.ลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง.ลดความเร็วขณะออกจากโค้ง
ง.เพิ่มความเร็วก่อนเข้าโค้ง.เพิ่มความเร็วขณะออกจากโค้ง

8.134
เพื่อความปลอดภัยเมื่อออกรถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ประมาณ 3-4 เมตร ควรทดสอบอะไรเป็นอันดับแรก
ก.ทดสอบไฟสูง
ข.ทดสอบไฟเลี้ยว
ค.ทดสอบสัญญาณแตร
ง.ทดสอบระบบเบรก.

8.135 ข้อควรปฏิบัติขณะขับรถขณะฝนตกคือข้อใด
ก.เปิดไฟหรี่
ข.ขับรถช้าๆ โดยไม่ต้องเปิดไฟ
ค.เปิดไฟส่องสว่าง
ง.บีบแตรแล้วขับให้เร็วเพื่อป้องกันรถคันหลังชนท้าย


8.136
ถ้าขณะขับรถเกิดยางแตกหรือยางระเบิดควรปฏิบัติเช่นไร
ก.เหยียบคลัตช์ให้เร็วแล้วตามด้วยเบรก
ข.เหยียบเบรกโดยเร็ว
ค.จับพวงมาลัยให้มั่น แล้วค่อยๆ เบรกและนำรถเข้าข้างทาง
ง.เหยียบคลัตช์อย่างเดียว


8.137
ในสภาพถนนปกติ รถพร้อม คนพร้อม ขับรถตามรถคันหน้าต้องเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเท่าใด จึงจะปลอดภัยเมื่อรถคันหน้าหยุด
ก.ห่างพอสมควรและสามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัย
ข. 3 เมตร
ค. 5 เมตร
ง.หนึ่งช่วงรถ


8.138
ขณะขับรถหากเกิดคันเร่งค้างควรทำอย่างไร
ก.เปิดไฟฉุกเฉิน
ข.ตั้งสติ ใช้ปลายเท้างัดคันเร่งขึ้นมา
ค.ดึงเบรกมือ
ง.ย้ำคันเร่งหลายๆ ครั้ง.


8.139
ข้อใดคือการใช้ไฟฉุกเฉินที่ถูกต้อง.
ก.ฝนตก
ข.ขับผ่านสี่แยก
ค.รถเสียบนทางด่วน
ง.บริเวณที่มีหมอกลงจัด


8.140
การใช้เกียร์เพื่อขึ้นและลงเขาข้อใดถูก.
ก.ขึ้นและลงใช้เกียร์ต่ำ
ข.ขึ้นใช้เกียร์ต่ำและลงใช้เกียร์สูง
ค.ขึ้นใช้เกียร์ต่ำและลงใช้เกียร์ว่าง
ง.ขึ้นและลงใช้เกียร์สูง


8.141
อะไรไม่ใช่เป้าหมายในการขับรถอย่างปลอดภัย
ก.ไม่ขับรถไปชนคันอื่น
ข.ขับให้ถึงที่หมายเร็วที่สุด
ค.ไม่เป็นเหตุให้รถคันอื่นชนกัน
ง.ป้องกันไม่ให้รถคันอื่นมาชนเรา


8.142
เหตุใดจึงห้ามเปิดไฟสูงขณะที่ขับรถตามคันหน้าหรือรถที่วิ่งสวนทางมา
ก.เพราะจะทำให้ผู้ขับรถคันหน้าและรถที่วิ่งสวนทางมามองทางไม่ชัดเจน
ข.จะทำให้ผู้ขับรถคันหน้าหลับใน
ค.จะทำให้เรามองทางข้างหน้าไม่ชัดเจน
ง.จะทำให้รถที่วิ่งสวนทางมาหลับใน


8.143
การขับรถทางไกลเมื่อรู้สึกว่าตนเองง่วงควรปฏิบัติอย่างไร
ก.วิ่งแล้วเบรกบ่อยๆ เพื่อให้หายง่วง
ข.ขับรถหวาดเสียวเพื่อให้ระบบประสาทตื่นตัว
ค.หยุดพัก.นอน หรือยืดเส้นยืดสายตามจุดพัก.หรือปั๊มน้ำมัน
ง.เร่งเครื่องเพื่อให้ถึงจุดหมายโดยเร็ว


8.144
ข้อใดไม่ใช่วิธีการขับรถที่ปลอดภัยในขณะที่ฝนตก.
ก.เปิดไปฉุกเฉินตลอดเวลาที่ฝนตก (/)
ข.ทิ้งช่วงห่างจากรถคันหน้า เผื่อไว้มากๆ
ค.เปิดไฟหน้า
ง.ใช้อัตราความเร็วที่ปลอดภัย


8.145
ในการข้ามทางรถไฟรางคู่ที่ไม่มีเครื่องกั้นเมื่อรถไฟผ่านไปแล้วผู้ขับรถควรระวังสิ่งใดต่อไปนี้
ก.รถที่จะข้ามมาจากฝั่งตรงข้าม
ข.รถไฟที่อาจจะสวนทางมาอีกทางหนึ่ง
ค.คนที่จะเดินข้ามทางรถไฟ
ง.รถที่หยุดรอด้านหลัง


8.146
ในการขับรถข้ามทางรถไฟที่ไม่มีเครื่องกั้นเมื่อคันด้านหน้าขับข้ามทางรถไฟไปแล้วท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ก่อนข้ามทางรถไฟต้องตรวจสอบความปลอดภัยอีกครั้ง
ข.ขับตามคันด้านหน้าไปได้เลย
ค.หยุดรอเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณ
ง.รอสัญญาณไฟเขียว


8.147
เมื่อท่านขับรถที่มีน้ำหนักบรรทุกมาก.ข้อใดถูกต้องมากที่สุด
ก.ประสิทธิภาพของเบรกจะน้อยลง.เบรกยาวขึ้น
ข.ระบบกันสะเทือนจะนุ่มนวลมากขึ้น
ค.ควันไอเสียจะมากขึ้น
ง.เครื่องยนต์ทำงานเต็มประสิทธิภาพ


8.148
เมื่อท่านขับรถที่บรรทุกสิ่งของที่มีความสูงจะมีผลอย่างไร
ก.แรงหนีศูนย์ของรถและสิ่งของจะน้อยลง
ข.จุดศูนย์ถ่วงจะสูงขึ้นทำให้พลิกคว่ำได้ง่าย
ค.แรงเหวี่ยงของรถจะน้อยลงเนื่องจากน้ำหนักบรรทุก
ง.ระยะเบรกจะสั้นลง


8.149
สิ่งใดที่ไม่มีผลต่อระยะการเบรกรถ
ก.บริษัทของผู้ผลิตยาง (/)
ข.ความเหนื่อยล้า
ค.สภาพถนนที่เปียก
ง.น้ำหนักบรรทุก


8.150
ข้อใดถูกต้องที่สุดในการควบคุมความเร็วของรถ
ก. การชะลอรถควรใช้เบรกเท่านั้น
ข. ในการขับรถควรใช้คันเร่งควบคุมในการเร่งและชะลอรถให้มากที่สุด
ค. การใช้เกียร์ช่วยลดความเร็วให้ใช้เฉพาะทางลงลาดชันเท่านั้น
ง. ควรใช้เบรกมือร่วมกับเบรกเท้าเพื่อช่วยลดการสึกหรอเบรกเท้า


8.151
ข้อใดปฏิบัติไม่ถูกต้องเมื่อรถของท่านจอดเสียกลางถนนหลวง.
ก.ตั้งสัญลักษณ์แสดงว่ามีรถจอดเสียในระยะ 150 เมตร
ข.เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินพร้อมไฟหน้ารถ
ค.ยืนโบกด้านท้ายรถเพื่อส่งสัญญาณกันรถชนท้ายรถเรา
ง.เปิดฝากระโปรงด้านหน้าและท้ายรถ เพื่อส่งสัญญาณ


8.152
ก่อนขับรถ ผู้ขับขี่ที่ดีควรเตรียมความพร้อมของตนเองอย่างไร
ก.พักผ่อนให้เพียงพอ
ข.ดื่มเหล้า
ค.กินยาบ้า
ง.เที่ยวดึก.


8.153
ข้อใดเป็นการเตรียมความพร้อมของรถก่อนขับรถ
ก.ตรวจสภาพอากาศ
ข.ต่อใบอนุญาตขับรถ
ค.ดูหนังสือแผนที่ทางหลวงแผ่นดิน
ง.ตรวจแรงดันลมยาง,เบรก,น้ำมันหล่อลื่น


8.154
เมื่อเกิดรถเสียควรปฏิบัติอย่างไร
ก.เปิดไฟฉุกเฉิน, นำรถจอดเข้าข้างทาง
ข.จอดรถทิ้งไว้กลางถนน
ค.นำกิ่งไม้วางไว้ท้ายรถ
ง.ก่อกองไฟข้างทางหากเป็นกลางคืน


8.155
สัญญาณไฟเตือนบนแผงหน้าปัดรถสีใดที่ไม่ควรปรากฏขณะขับรถ
ก.สีเขียว
ข.สีแดง
ค.สีเหลือง
ง.สีฟ้า


8.156
การจับพวงมาลัยนิ้วมือควรอยู่ในลักษณะใด
ก.นิ้วมือทั้งห้า จับพวงมาลัยให้กระชับ สามารถหมุนได้คล่องตัว
ข.นิ้วมือทั้งห้า กำพวงมาลัยให้แน่นที่สุด
ค.นิ้วมือทั้งห้าแตะที่พวงมาลัยสามารถหมุนพวงมาลัยด้วยมือข้างเดียว
ง.ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จับพวงมาลัยเพียงสองนิ้ว


8.157
เมื่อผู้ขับขี่ขับรถเสียหลักบนถนนเปียกลื่น ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ถอนคันเร่ง.เหยียบเบรกเพื่อใช่เกียร์ต่ำ
ข.เหยียบเบรกทันที แล้วค่อยๆ ออกตัวเร่งความเร็วใหม่
ค.ตั้งสติให้มั่น จับพวงมาลัยให้ดี เร่งความเร็วหนีให้พ้นไป
ง.ถอนคันเร่ง.จับพวงมาลัยให้มั่นประคองรถต่อไป

8.158 ขณะขับรถ ถ้ากระจกบังลมหน้ารถแตกร้าวควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ตั้งสติเปิดไฟฉุกเฉิน ลดความเร็วจอดรถข้างทาง
ข.ตั้งสติเปิดไฟฉุกเฉินและขับรถต่อไป
ค.ตั้งสติเปิดไฟฉุกเฉินและหยุดรถทันที
ง.ตั้งสติจอดรถข้างทาง.

8.159
ขณะฝนตกใหม่ๆ รถมักลื่นไถล เพราะเหตุใด
ก.น้ำฝนจะชะล้างถนนให้สะอาด
ข.น้ำฝนจะกลายเป็นฟิล์มรองรับระหว่างยางกับพื้นถนน
ค.ฝนตกทำให้ถนนชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ
ง.ถนนคอนกรีตดูดซับน้ำฝนได้อย่างดี


8.160
ข้อใดไม่ควรปฏิบัติขณะขับรถเมื่อฝนตกหนัก
ก.ใช้ความเร็วไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ข.เบรกรถอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
ค.เปิดไฟหน้ารถในขณะขับรถ
ง.ลดความเร็วลงและเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น


8.161
เพื่อความปลอดภัยในการขับรถช่วงฤดูฝนควรตรวจสอบอุปกรณ์ส่วนควบสิ่งใดของรถก่อนเป็นลำดับแรก.
ก.ที่ปัดน้ำฝน
ข.น้ำในหม้อน้ำ
ค.น้ำกลั่นแบตเตอรี่
ง.ตรวจเช็คประตูหน้าต่างรถ


8.162
ในขณะขับรถลุยน้ำผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ขับรถด้วยความเร็ว
ข.เปิดไฟฉุกเฉิน
ค.เปิดไฟหน้ารถ
ง.เร่งเครื่องยนต์ให้มากกว่าปกติเล็กน้อยและควบคุมเครื่องยนต์ไม่ให้ดับ

8.163 หลังจากขับรถลุยน้ำ ผ้าเบรกเปียกมีวิธีแก้ไขให้แห้งได้อย่างไร
ก.เหยียบเบรกแรงๆ
ข.ขับรถให้เร็วๆ
ค.ขับรถช้าๆ เหยียบเบรกเบาๆ แล้วปล่อยหลายๆ ครั้ง
ง.จอดรถเข้าเกียร์ว่างและเร่งเครื่องยนต์ไว้สัก. 10 นาที

8.164 
เหตุใดขณะขับรถลุยน้ำจึงต้องเลี้ยงคลัตช์และเร่งเครื่องยนต์มากกว่าปกติเล็กน้อย
ก.เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ดับ
ข.เพื่อให้รถมีความเร็วมากขึ้น
ค.เพื่อให้เครื่องยนต์ร้อน
ง.เพื่อให้ความร้อนของเครื่องยนต์สูงกว่าปกติ


8.165
ข้อใดเปิดไฟหน้ารถไม่ถูกต้อง
ก.เมื่อฝนตกหนัก
ข.เมื่อต้องเร่งรีบไปทำงาน
ค.เมื่อมีควันไฟปกคลุมถนน
ง.เมื่อไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าในระยะต่ำกว่า 150 เมตร


8.166
การขับรถผ่านบริเวณน้ำท่วม ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.ขับช้าๆตามหลังรถคันหน้าในระยะห่างพอสมควร
ข.ห้ามใช้เบรกอย่างเด็ดขาด
ค.พยายามขับให้จี้ติดท้ายรถคันหน้าตลอดเวลา
ง.เปิดไฟฉุกเฉินตลอดเวลา


8.167
เพื่อความปลอดภัยก่อนขับรถผู้ขับขี่ควรเตรียมความพร้อมอย่างไร
ก.รับประทานเครื่องดื่มกระตุ้นประสาทชนิดเข้มข้น
ข.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
ค.ต่อทะเบียนรถให้เรียบร้อย
ง.เติมน้ำมันให้เต็มถัง


8.168
ข้อใดเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุด
ก.ถนน
ข.ผู้ขับขี่รถ
ค.สัญญาณไฟจราจร
ง.ไฟส่องถนนบริเวณทางร่วมทางแยก

8.167
พฤติกรรมการขับรถข้อใดถือว่าไม่ปลอดภัย
ก.นางสมศรีขับรถปฏิบัติตามความพอใจของตัวเอง
ข.นายสมชายขับรถจักรยานยนต์สวมรองเท้าหุ้มส้น
ค.นางจิตราขับรถในเขตกรุงเทพฯใช้ความเร็วเพียง.50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ง.นายทองใบขับรถนอกเขตเทศบาลใช้ความเร็วเพียง. 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง.

8.168
ก่อนออกรถจากไหล่ทางด้านซ้ายผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรให้ปลอดภัยมากที่สุด
ก.มองกระจกมองข้างด้านขวา
ข.เปิดไฟเลี้ยวซ้าย หันศีรษะไปด้านซ้าย
ค.มองกระจกมองข้างด้านขวาเปิดไฟเลี้ยวขวา พร้อมกับหันศีรษะมองข้ามไหล่ขวาไปทางด้านหลังก่อนออกรถ
ง.มองกระจกมองหลัง


8.169
ภายหลังออกรถไปประมาณ 3 ถึง. 4 เมตรควรทดสอบระบบใด
ก.เบรก
ข.ปรับกระจกมองหลัง
ค.ปรับกระจกมองข้าง
ง.ไฟเลี้ยว

8.170
การขับรถขึ้นทางลาดชัน ควรใช้เกียร์อย่างไร
ก.ใช้เกียร์ต่ำแต่เมื่อใกล้ถึงยอดเขาให้เปลี่ยนเป็นเกียร์สูง
ข.ใช้เกียร์สูงและลดความเร็วลง
ค.ใช้เกียร์ต่ำและขับด้วยความระมัดระวัง
ง.ใช้เกียร์ 4 ขึ้นไปขณะขึ้นทางลาดชัน

8.171
ในขณะที่ขับรถอยู่มีกลิ่นเหม็นไหม้แอร์เริ่มไม่เย็น เครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.จอดรถในที่ปลอดภัยแล้ว ตรวจเช็กรถในเบื้องต้น
ข.ขับต่อไปเรื่อยๆ
ค.ลดความเร็วลงแล้วขับต่อไป
ง.หยุดรถทันทีกลางถนนห้ามเคลื่อนย้าย

8.172
ขณะขับรถเครื่องยนต์เกิดความร้อนสูง. ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.หยุดรถที่ปลอดภัยเอาน้ำแข็งมาแช่เครื่องยนต์
ข.หยุดรถที่ปลอดภัยแล้วปล่อยให้เครื่องเย็นก่อน
ค.หยุดรถที่ปลอดภัยแล้วเปิดฝาหม้อน้ำ เติมน้ำทันที
ง.หยุดรถที่ปลอดภัยแล้วเอาน้ำมาราดเครื่องยนต์

8.173
ในการขับรถทางไกล ผู้ขับขี่ควรเตรียมความพร้อมของร่างกายอย่างไร
ก.พักผ่อนให้เพียงพอ
ข.รับประทานอาหารเพิ่มเป็น 2 เท่า ของวันปกติ
ค.ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังให้มากๆ
ง.ใช้ยากระตุ้นประสาท (ยาบ้า)

8.174
การขับรถในทางลักษณะใดที่ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟเลี้ยว
ก.ทางเลี้ยวซ้ายเข้าซอย
ข.ทางเลี้ยวซ้ายออกจากซอย
ค.ทางบังคับเลี้ยว
ง.ทางกลับรถ

8.175
การหมุนพวงมาลัยรถขณะจอดรถอยู่กับที่จะมีผลอย่างไร
ก.ดอกยางสึกเร็วกว่าปกติ
ข.สิ้นเปลืองน้ำมันเพาเวอร์
ค.สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
ง.ทำให้หมุนพวงมาลัยง่ายขึ้น

8.176
การหยุดรถอย่างกะทันหัน (รถไม่มีเบรก.ABS) ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.เหยียบเบรกแรงๆ โดยไม่ต้องถอนเบรก
ข.เหยียบและปล่อยเบรกสลับกัน (ย้ำเบรกซ้ำๆ)
ค.เหยียบเบรกและดึงเบรกมือพร้อมกัน
ง.เหยียบเบรก.และดับเครื่องยนต์พร้อมกัน

8.177
รถที่ขับมาด้วยความเร็วสูงแล้วเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน (รถไม่มีเบรก.ABS) จะมีผลอย่างไร
ก.ล้อจะล็อก. และรถจะไม่สามารถควบคุมได้
ข.รถจะค่อยๆ ชะลอความเร็วลง
ค.จะหยุดรถได้ตามระยะที่กำหนด
ง.ล้อจะล็อก. และรถจะหยุดทันที

8.178
ก่อนขับรถเข้าโค้งหรือมุมเลี้ยวควรใช้ความเร็วอย่างไร
ก.ลดความเร็วลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ข.ควบคุมความเร็วของรถให้เหมาะสมกับโค้งหรือมุมเลี้ยว
ค.ใช้ความเร็วคงที่
ง.เพิ่มความเร็วให้มากขึ้นกว่าเดิม


8.179
ขณะขับรถยางรถแตก. จะมีอาการอย่างไร
ก.รถหยุดกะทันหัน
ข.พวงมาลัยจะหนัก.รถจะเอียง
ค.พวงมาลัยรถจะไร้น้ำหนัก
ง.เบรกจะไม่ทำงาน

8.180
ยางที่หมดอายุจะมีลักษณะอย่างไร
ก.มีรอยแตกร้าวตามแนวขอบยาง
ข.ยางจะมีสีดำสนิท
ค.ยางจะมีสีขาวนวล
ง.เวลาเปียกน้ำจะไม่เกาะยาง.


8.181
ในขณะขับรถ ยางรถแตกหรือระเบิด ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.คุมสติ บังคับพวงมาลัย ลดความเร็วลงและไม่ควรเหยียบเบรกกะทันหัน
ข.รีบเหยียบเบรกให้เร็วที่สุด
ค.ปลดเกียร์ว่างแล้วรีบเหยียบเบรก
ง.หมุนพวงมาลัยอย่างรวดเร็วเพื่อหลบเข้าข้างทาง

8.182
ในขณะที่กำลังขับรถ ถ้าฝากระโปรงหน้ารถเปิด ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.เบรกกะทันหัน
ข.หักเลี้ยวรถเข้าข้างทางทันที เพื่อปิดฝากระโปรงให้เรียบร้อย
ค.ลดความเร็วแล้วจอดข้างทาง.เพื่อปิดฝากระโปรงให้เรียบร้อย
ง.เหยียบคันเร่งให้มิดเพื่อฝากระโปรงจะได้กระแทกปิด

8.183
ข้อใดเป็นวิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อรถเกิดไฟลัดวงจร
ก.ใช้ทรายสาดใส่
ข.วิ่งหาน้ำมันมาราด
ค.หาผ้าหนาๆ ปิดหรือดับไฟ
ง.ตัดกระแสไฟ หรือหาทางงัดขั้วแบตเตอรี่ออกก่อน

8.184
ลมยางล้อหน้าอ่อน จะมีผลต่อการขับขี่อย่างไร
ก.เวลานั่งรู้สึกเหมือนรถจะกระตุกอยู่ตลอดเวลา
ข.ยางล้อหน้าสึกหรอ พวงมาลัยหนัก.และรถกินน้ำมันมากขึ้น
ค.ประหยัดน้ำมันแต่เปลืองยาง
ง.ประหยัดยางแต่เปลืองน้ำมัน


8.185
การปรับระดับที่นั่งคนขับห่างเกินไป จะมีผลอย่างไร
ก.ทำให้เข้าเกียร์ได้ง่าย
ข.ทำให้เบรกรถสะดวก
ค.ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นชัดเจนดีมาก.สามารถตัดสินใจได้ดี
ง.บังคับพวงมาลัยลำบาก.ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ไม่สะดวก.


8.186
การตรวจสอบว่าเข็มขัดนิรภัยยังใช้งานได้ดีหรือไม่ ควรตรวจสอบอย่างไร
ก.ต้องมีสีเข้มๆ
ข.ดูว่าเข็มขัดมียี่ห้อหรือไม่
ค.ดูว่าเป็นของใหม่หรือไม่
ง.กระตุกดึงสายเข็มขัดอย่างเร็ว แล้วสายเข็มขัดต้องล็อก.


8.187
ข้อใดไม่ใช่การมองที่ถูกวิธีในขณะขับรถ
ก.การมองถึงสภาพของถนนที่แตกต่างกัน
ข.การมองการเคลื่อนไหวของรถและคน
ค.มองไปยังสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการขับรถ
ง.การมองเห็นฝูงสัตว์เลี้ยงกำลังข้ามถนน


8.188
การเข้าเกียร์ถอยหลังขณะรถยังไม่หยุดนิ่งมีผลเสียอย่างไร
ก.เข้าเกียร์ยากและทำให้เกียร์เสียเร็วกว่าปกติ
ข.ทำให้น้ำมันเกียร์หมดเร็ว
ค.เครื่องยนต์กินน้ำมันเครื่อง
ง.ไม่มีผลต่อเกียร์

8.189
การขับรถถอยหลังควรใช้ความเร็วระดับใด
ก.ใช้ความเร็วตามสภาพของรถ
ข.ถอยเหมือนกับเดินหน้า
ค.ถอยช้าๆ แล้วใช้ความระมัดระวัง
ง.ถอยแบบไหนก็ได้

8.190
การตรวจลมยางควรตรวจเมื่อใด
ก.ตรวจเมื่อไรก็ได้
ข.ขณะที่บรรทุกของหนัก
ค.ขณะวิ่งใช้งานแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง
ง.ขณะที่ยางยังเย็นอยู่


8.191
ข้อใดเป็นการสตาร์ทเครื่องยนต์ที่ถูกต้อง
ก.ขึ้นเบรกมือ-ปลดเกียร์ว่าง.-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า-สตาร์ทเครื่องยนต์
ข.ปลดเกียร์ว่าง-ขึ้นเบรกมือ-สตาร์ทเครื่องยนต์
ค.เหยียบคลัตช์-สตาร์ทเครื่องยนต์
ง.ปลดเบรกมือ-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า-สตาร์ทเครื่องยนต์

8.192
ข้อใดไม่ควรปฏิบัติขณะขับรถเมื่อฝนตกหนัก.
ก.ลดความเร็วลงและขับด้วยความระมัดระวัง
ข.ใช้เกียร์ต่ำกว่าปกติ 1 เกียร์
ค.เบรกรถอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
ง.เปิดไฟหน้ารถ

8.193
หากเกิดฝนตกหนักจนมองเห็นทางไม่ชัดเจน ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก.จอดรถบริเวณที่ปลอดภัย เปิดไฟหน้ารถและเปิดไฟฉุกเฉิน
ข.เปิดไฟหน้าเร่งความเร็วผ่านบริเวณที่ฝนตกหนัก.
ค.เร่งความเร็วให้ผ่านบริเวณที่ฝนตกโดยเร็ว
ง.จอดรถทันที

8.194
ข้อใดที่ทำให้การหยุดรถต้องใช้ระยะทางมากขึ้นจึงสามารถหยุดรถได้
ก.ความรวดเร็วในการตัดสินใจ
ข.ความเร็วในการเหยียบเบรก
ค.น้ำหนักบรรทุกเพิ่มมากขึ้น
ง.น้ำหนักบรรทุกลดน้อยลง

8.195
ข้อใดไม่ควรใช้เบรกมือ
ก.ติดไฟแดง.
ข.ขับรถลงทางลาดชัน
ค.จอดรถ
ง.หยุดบนทางลาดชัน

8.196
การจับพวงมาลัยขณะขับรถทางตรง.มือซ้ายและขวาของผู้ขับขี่ ควรอยู่ในตำแหน่งลักษณะใดของหน้าปัดนาฬิกา
ก.ตำแหน่งเลข.2 และเลข.10
ข.ตำแหน่งเลข.3 และเลข.10
ค.ตำแหน่งเลข.4 และเลข.10
ง.ตำแหน่งเลข.6 และเลข.10

8.197
ข้อใดไม่มีผลให้ระยะการหยุดรถ (ระยะเบรก) ยาวขึ้น
ก.สภาพพื้นผิวถนน
ข.น้ำหนักบรรทุก
ค.น้ำมันหล่อลื่น
ง.ความเร็วของรถ

8.198
ผู้ขับขี่ควรใช้สัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อใด
ก.เมื่อรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ
ข.เมื่อขับรถผ่านทางร่วมทางแยก
ค.เมื่อจะกลับรถหรือเปลี่ยนช่องทางเดินรถ
ง.เมื่อมีหมอก.ฝน ฝุ่น ควัน ในทางเดินรถ

8.199
การฝึกขับรถแบบ ขับไปพูดไปมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
ก.เพื่อป้องกันไม่ให้ง่วงซึม
ข.ฝึกสมองให้เกิดสมาธิและสมองทำงานสัมพันธ์กับตา
ค.เพื่อให้เหมือนทฤษฎีฝรั่ง
ง.เหมือนคนบ้าขับรถ

8.200
เมื่อเราเตรียมขับรถแซงรถคันหน้า เราควรปฏิบัติเช่นไรเป็นอันดับแรก.
ก.ให้สัญญาณไฟก่อน (/)
ข.ให้ดูกระจกก่อน
ค.รีบเร่งเครื่องแล้วแซงได้เลย
ง.เปิดไฟฉุกเฉินแล้วแซงได้เลย

8.201
ข้อควรปฏิบัติขณะขับรถฝ่าหมอกควันหรือฝนคือข้อใด
ก.เปิดไฟหรี่
ข.ขับรถช้าๆ โดยไม่ต้องเปิดไฟ
ค.เปิดไฟส่องสว่าง
ง.บีบแตรแล้วขับให้เร็วเพื่อป้องกันรถคันหลังชนท้าย

8.202
หลังจากขับรถลุยน้ำ เมื่อเราขึ้นที่แห้งแล้วควรปฏิบัติเช่นไรเป็นอันดับแรก.
ก.ทดสอบเบรกหลายๆ ครั้ง
ข.ทดสอบไฟเลี้ยวหลายๆ ครั้ง
ค.ทดสอบสัญญาณแตร
ง.ทดสอบไฟสูงต่ำ

8.203
ถ้าขณะขับรถเกิดยางแตกหรือยางระเบิดควรปฏิบัติเช่นไร
ก.เหยียบคลัตช์อย่างเดียว
ข.เหยียบเบรกโดยเร็ว
ค.เหยียบคลัตช์ให้เร็วแล้วตามด้วยเบรก
ง.ถือพวงมาลัยให้มั่น แล้วค่อยๆ เบรกและนำรถเข้าข้างทาง.

8.204
ในสภาพถนนปกติ รถพร้อม คนพร้อม ขับรถตามรถคันหน้าต้องเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเท่าใดจึงจะปลอดภัยเมื่อรถคันหน้าหยุด
ก. 3 เมตร
ข. 5 เมตร
ค.หนึ่งช่องรถ
ง.ห่างพอสมควรและสามารถหยุดรถได้โดยปลอดภัย

8.205
ข้อใดผิด
ก.ห้ามพูดโทรศัพท์ขณะขับรถ
ข.ห้ามหยุดรถให้คนข้ามทาง
ค.ห้ามหยุดหรือจอดรถคุยกันกลางถนน
ง.ห้ามแซงซ้ายในที่ห้ามแซงซ้าย

8.206
ท่านควรหมุนพวงมาลัยลักษณะใดในการเลี้ยงรถ
ก.ปั่นพวงมาลัยและตีกลับเอง
ข.ใช้วิธีคลึงไปคลึงมาบนพวงมาลัย
ค.ใช้ระบบดึง-ดัน (/)
ง.หมุนระบบสอดสร้อยมาลา

8.207
เมื่อเห็นผู้ขับขี่เกิดอุบัติเหตุควรปฏิบัติเช่นไร
ก.ขับรถตามปกติ
ข.ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเท่าที่จำเป็น
ค.รีบขับรถหนี
ง.ขับรถช้าๆ ชะลอดูเหตุการณ์

8.208
การขับรถทางไกลเมื่อรู้สึกว่าตนเองง่วงควรปฏิบัติอย่างไร
ก.เร่งเครื่องเพื่อให้ถึงจุดหมายโดยเร็ว
ข.ขับรถหวาดเสียวเพื่อให้ระบบประสาทตื่นตัว
ค.วิ่งแล้วเบรกบ่อยๆ เพื่อให้หายง่วง
ง.หยุดพักนอน หรือยืดเส้นยืดสายตามจุดพัก.หรือปั๊มน้ำมัน

8.209
ข้อใดไม่ใช่วิธีการขับรถที่ปลอดภัยในขณะที่ฝนตก.
ก.เปิดไปฉุกเฉินตลอดเวลาที่ฝนตก
ข.ทิ้งช่วงห่างจากรถคันหน้า เผื่อไว้มากๆ
ค.เปิดไฟหน้า
ง.ใช้อัตราความเร็วที่ปลอดภัย

 9.ข้อสอบใบขับขี่จริงหมวด การบำรุงรักษารถ จำนวน 131 ข้อ

1.แบตเตอรี่ควรมีฉนวนหุ้มที่ขั้วแบตเตอรี่ขั้วใด
ก.ขั้วบวก
ข.ขั้วลบ
ค.ไม่จำเป็นต้องมีฉนวนหุ้ม
ง.หุ้มทั้งสองขั้ว


2.
สาเหตุไฟไม่ชาร์จเข้าแบตเตอรี่เกิดจากอะไร
ก.เปิดเครื่องเสียงมากเกินไป
ข.ฉนวนหุ้มขั้วแบตเตอรี่หลุด
ค.เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวมากเกินไป
ง.ไดชาร์จชำรุดหรือสายพานไดชาร์จหย่อนหรือขาด

3.
สาเหตุรถสตาร์ทไม่ติดเกิดจากสาเหตุใด
ก.กรองอากาศตัน
ข.น้ำมันเบรกหมด
ค.น้ำในหม้อน้ำแห้ง
ง.แบตเตอรี่ไม่มีไฟ

4.
การตรวจเช็กแบตเตอรี่แบบง่ายๆ ว่ามีไฟปกติหรือไม่ กระทำได้อย่างไร
ก.บีบแตรและฟังเสียงว่าปกติหรือเบาลง
ข.ออกรถ 2-3 เมตรแล้วทดสอบเบรก
ค.เหยียบคลัตช์และเข้าเกียร์ให้ครบ
ง.หมุนพวงมาลัยไปด้านซ้ายและขวา

5.
ผู้ขับขี่ควรใช้สัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อใด
ก.เมื่อมีหมอก.ฝน ฝุ่น ควัน ในทางเดินรถ
ข.เมื่อขับรถผ่านทางร่วมทางแยก
ค.เมื่อจะกลับรถหรือเปลี่ยนช่องทางเดินรถ
ง.เมื่อรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุ

6.
วิธีใดเป็นวิธีการแก้ไขเบื้องต้นเมื่อเกิดไฟลัดวงจร
ก. รีบเปิดฝาหม้อน้ำทันที
ข. ดับเครื่องยนต์และถอดขั้วแบตเตอรี่ออก
ค. รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง
ง. ใช้น้ำสาดทันที

7.
ถ้าขั้วแบตเตอรี่มีคราบขี้เกลือ วิธีการใดเป็นการแก้ไขที่ดีที่สุด
ก. ใช้น้ำอุ่นล้างและทาจาระบี
ข. ใช้น้ำส้มสายชูล้าง
ค. ใช้น้ำมะนาวล้าง
ง.ใช้น้ำกลั่นล้าง

8.
ในการถอดขั้วแบตเตอรี่ ควรถอดขั้วใดก่อน
ก. ขั้วไหนก่อนก็ได้
ข. ขั้วบวก
ค. ทั้งสองขั้วพร้อมกัน
ง. ขั้วลบ

9.
น้ำที่ใช้เติมในแบตเตอรี่ ควรใช้น้ำชนิดใด
ก. น้ำกลั่น
ข. น้ำฝน
ค. น้ำบาดาล
ง. น้ำสบู่

10.
การเติมน้ำกลั่นควรให้อยู่ระดับใดของแบตเตอรี่
ก. ให้อยู่ระหว่างขีดที่กำหนด
ข. เติมให้อยู่ระดับขีดต่ำกว่าที่กำหนดเล็กน้อย
ค. เติมให้อยู่ระดับสูงกว่าที่กำหนดเล็กน้อย
ง. เติมจนล้นแล้วปิดฝา

11.
ขณะขับรถไฟเตือนสีใดไม่ควรแสดงอยู่บนแผงหน้าปัด
ก. สีเขียว
ข. สีเหลือง
ค. สีแดง
ง. สีน้ำเงิน

12.
คราบขี้เกลือที่ขั้วแบตเตอรี่เกิดจากสาเหตุใด
ก. ฝุ่นละอองไปเกาะ
ข. น้ำกรดทำปฏิกิริยากับอากาศ
ค. น้ำไปโดนที่ขั้วแบตเตอรี่
ง. ฉนวนหุ้มขั้วแบตเตอรี่สกปรก

18.
แบตเตอรี่รถยนต์มีหน้าที่อย่างไร
ก. เก็บรักษาไฟฟ้าและจ่ายกระแสไฟ
ข. ใช้เวลาดับเครื่องยนต์
ค. ตัดกระแสไฟ
ง. ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าในรถยนต์

19.
แบตเตอรี่รถยนต์จะมีขนาดแรงดันไฟฟ้ากี่โวลท์
ก. 12 โวลท์
ข. 15 โวลท์
ค. 24 โวลท์
ง. 220 โวลท์

20.
ไดสตาร์ททำหน้าที่อะไร
ก. ทำให้หมุนพวงมาลัยได้ดี
ข. ทำให้เครื่องยนต์ติด
ค. ทำให้ระบบเบรกทำงานดีขึ้น
ง. ทำให้แอร์ในรถเย็นขึ้น


21.ข้อใดคือความตึงของสายพานพัดลมและไดชาร์ทที่ถูกต้อง
ก. 5-15 มิลลิเมตร
ข. 20-25 มิลลิเมตร
ค. 25-30 มิลลิเมตร
ง. 30-35 มิลลิเมตร

22.
ขณะขับรถไปได้ระยะหนึ่งปรากฏว่าไฟเตือนสีแดง.แสดงเกิดจากสาเหตุใด
ก. ไดชาร์ทชำรุด
ข. แบตเตอรี่เสีย
ค. แบตเตอรี่ใกล้หมดอายุ
ง. น้ำกลั่นแห้ง

23.
การเติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ควรเติมให้ท่วมแผ่นธาตุประมาณเท่าไร
ก. 1 นิ้ว
ข. 2 นิ้ว
ค. 3 นิ้ว
ง. 4 นิ้ว

24.
ไดชาร์จทำหน้าที่อะไร
ก. ทำหน้าที่สตาร์ทเครื่องยนต์
ข. ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าในรถยนต์
ค. ทำหน้าที่ดับเครื่องยนต์
ง. ทำหน้าที่เช็กอุณหภูมิความร้อนในรถยนต์

25.
ท่านควรเติมน้ำมันเชื้อเพลิงรถเครื่องยนต์เบนซินอย่างไร
ก. เติมค่าที่ต่ำกว่าค่าที่กำหนดเพื่อความประหยัด
ข. เติมสูงกว่าค่าที่กำหนดเพื่อป้องกันเครื่องยนต์เสียหาย
ค. เติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนตามที่ระบุไว้ในคู่มือรถ
ง. เติมค่าเท่าใดก็ได้ตามความสะดวก

26.
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ มีความหมายอย่างไร
ก. น้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอล
ข. น้ำมันที่มีส่วนผสมของสารตะกั่ว
ค. น้ำมันที่ได้จากพืช 100 เปอร์เซ็นต์
ง. น้ำมันที่มีส่วนผสมของน้ำมันหล่อลื่น

27.
น้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยมีค่าออกเทนสูงสุดเท่าใด
ก. ค่าออกเทน 98
ข. ค่าออกเทน 95
ค. ค่าออกเทน 91
ง. ค่าออกเทน 87

28.
ในการตรวจเช็กน้ำมันเชื้อเพลิงในห้องเครื่องยนต์เราควรตรวจสิ่งใดเป็นหลัก
ก. การเผาไหม้ของเครื่องยนต์
ข. การปลอมปนของน้ำมัน
ค. สภาพของท่อน้ำมันและรอยรั่วซึม
ง. ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง

29.
หากท่านเติมน้ำมันผิดประเภทควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เติมชนิดที่ถูกเข้าไปเพื่อทำให้เจือจาง
ข. ขับไปให้หมดถังแล้วเติมชนิดที่ถูกเข้าไป
ค. ทำการเปลี่ยนถ่ายออกทันที
ง. ขับไปถ้ามีผลต่อเครื่องยนต์ค่อยถ่ายออก

30.
หากท่านตรวจพบว่าท่อน้ำมันเริ่มมีรอยน้ำมันซึมออกมาท่านควรทำอย่างไร
ก. สลับท่อไปไว้ในท่อแรงดันต่ำ
ข. ใช้เทปรัดให้แน่นขึ้น
ค. ใช้ไปได้จนกว่าจะมีรอยหยดของน้ำมัน
ง. ทำการเปลี่ยนท่อใหม่

31.
หากรถของท่านเกิดท่อน้ำมันรั่วท่านควรทำอย่างไร
ก. ดับเครื่องยนต์และไม่ควรขับรถต่อไปเนื่องจากอาจเกิดไฟไหม้ได้
ข. ขับไปหาศูนย์บริการเพื่อทำการซ่อม
ค. ใช้เทบรัดและขับไปหาช่าง
ง. นำขวดมารองน้ำมันที่รั่วและขับต่อไป

32.
ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. ไม่ควรเติมน้ำมันหล่อลื่นลงไปผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง
ข. การเติมน้ำมันควรเติมในช่วงกลางวัน
ค. เราไม่สามารถเติมน้ำมันค่าออกเทน 95 แทนออกเทน 91 ได้
ง. น้ำมันที่แพงคือน้ำมันที่ดีที่สุด

33.
เครื่องยนต์เบนซินกับเครื่องยนต์ดีเซลมีข้อแตกต่างอย่างไร
ก. มีระบบการสตาร์ทต่างกัน
ข. มีระบบการใช้น้ำระบายความร้อนต่างกัน
ค. เครื่องยนต์เบนซินใช้หัวเทียนในการจุดระเบิด
ง. มีระบบไฟต่างกัน

34.
ในกรณีที่รถให้ใช้น้ำมันออกเทน 95 เท่านั้น ถ้าหากเราเติมน้ำมันค่าออกเทน 91 จะมีผลอย่างไร
ก. ใช้งานได้ตามปกติ
ข. เครื่องยนต์เกิดการสะดุด (น๊อก)
ค. เครื่องยนต์พังทันทีหากใช้งาน
ง. ไม่มีผลต่อการใช้งาน

35.
ในกรณีที่เติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนสูงกว่าในคู่มือการใช้จะมีผลอย่างไร
ก. เครื่องยนต์ร้อนขึ้นกว่าเดิม
ข. ไม่มีผลต่อการใช้งาน
ค. เครื่องยนต์สึกหรอกว่าปกติ
ง. รอบเครื่องยนต์สูงขึ้นกว่าปกติ

36.
ในขณะที่ท่านเติมน้ำมันเชื้อเพลิงท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ดับเครื่องยนต์
ข. ลงจากรถและเดินออกให้ไกล
ค. ไม่ต้องทำอะไร
ง. ติดเครื่องยนต์ไว้

37.
การตรวจเช็กรอยรั่วซึมระบบเชื้อเพลิงท่านควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ใช้น้ำสบู่เช็ดหาคราบน้ำมัน
ข. ใช้ไฟฉายหรือไฟแช็กส่องดูถ้ามองไม่เห็น
ค. ใช้จากการสังเกตและการดมกลิ่น
ง. ใช้มือหมุนท่อยางหาความบกพร่อง

38.
หากท่านใช้ก๊าชธรรมชาติ CNG จะมีผลต่อเครื่องยนต์อย่างไร
ก. ไม่มีผลต่อเครื่องยนต์
ข. เครื่องยนต์สึกหรอเร็วกว่าการใช้น้ำมัน
ค. เครื่องยนต์จะเย็นกว่าปกติ
ง. อายุการใช้งานหัวเทียนมากกว่าการใช้น้ำมัน

39.
น้ำมันเบนซิน E85 หมายความว่า
ก. มีส่วนผสมของเมทานอล 15 ส่วน
ข. มีส่วนผสมของเอทานอล 15 ส่วน
ค. มีส่วนผสมของน้ำมัน 85 ส่วน
ง. มีส่วนผสมของเอทานอล 85 ส่วน


40.
น้ำมันเชื้อเพลิงในข้อใดมีการระเหยเร็วมากที่สุด
ก. น้ำมัน E85
ข. น้ำมัน E20
ค. น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95
ง. น้ำมัน 95

41.
รถเครื่องยนต์ดีเซลหากมีสัญญาณเตือนในระบบกรองดักน้ำ  ท่านควรทำอย่างไร

ก. ถอดกรองดังน้ำออกมาทำความสะอาด
ข. ให้ช่างเปลี่ยนกรองดักน้ำ
ค. ถ่ายน้ำออกจากกรองดักน้ำ
ง. ดับเครื่องยนต์และสตาร์ทเครื่องใหม่


42.
รถเครื่องยนต์ดีเซลหากมีควันดำมากผิดปกติเกิดจากสาเหตุใด
ก. กรองอากาศตัน
ข. เติมน้ำมันผิดประเภท
ค. เติมน้ำมันปลอม
ง. ในน้ำมันเชื้อเพลิงมีน้ำผสมอยู่

43.
ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของน้ำมันเครื่องยนต์
ก. ระบายความร้อน
ข. รองหรือคั่นหน้าผิวสัมผัส
ค. สร้างความหนืด
ง. ชำระสิ่งสกปรกเครื่องยนต์

44.
การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องยนต์ ควรต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ชิ้นส่วนใดของเครื่องยนต์ด้วย
ก. สายพานเครื่องยนต์
ข. หัวเทียน
ค. กรองน้ำมันเชื้อเพลิง
ง. กรองน้ำมันเครื่อง (/)

45.
การตรวจเช็กระดับน้ำมันหล่อลื่นในเครื่องยนต์ตรวจเช็กที่อุปกรณ์ส่วนใดของเครื่องยนต์
ก. อ่างน้ำมันเครื่อง
ข. ฝาเติมน้ำมันเครื่อง
ค. กรองน้ำมันเครื่อง
ง. ก้านวัดน้ำมันเครื่อง

46.
ข้อใดเป็นขั้นตอนก่อนตรวจเช็กและเติมระดับน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ ที่ถูกต้อง
ก. จอดรถบนพื้นราบ เช็กน้ำมันขณะยังติดเครื่องยนต์อยู่อย่างน้อง.10-15 นาที
ข. จอดรถบนพื้นราบ เช็กน้ำมันขณะยังไม่ติดเครื่อง.หรือดับเครื่องยนต์อย่างน้อย 10-15 นาที
ค. จอดรถบนพื้นราบ เช็กน้ำมันหลังดับเครื่องยนต์ทันที
ง. จอดรถบนพื้นราบ เช็กน้ำมันขณะยังติดเครื่องยนต์ หรือดับเครื่องยนต์ทันที

47.
ข้อใดคือวิธีการสังเกตรอยรั่วซึมของน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์
ก. สังเกตที่พื้นที่รถจอด และตามรอยต่อ หรือข้อต่อเครื่องยนต์
ข. สังเกตที่อาการเสียงดังของเครื่องยนต์
ค. สังเกตได้จากการดมกลิ่นน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์
ง. สังเกตจากความร้อนที่ขึ้นสูงของเครื่องยนต์

48.
หากลมยางล้อหน้าด้านซ้ายอ่อนเวลาขับรถจะมีผลอย่างไร
ก. ยางล้อหลังสึกหรอไม่สม่ำเสมอ
ข. รถกินน้ำมันน้อยกว่าปกติ
ค. พวงมาลัยกินไปด้านขวา
ง. พวงมาลัยกินไปด้านซ้าย

49.
ถ้าเติมลมยางอ่อนเกินไป จะมีผลกับยางอย่างไร
ก. ดอกยางตรงกลางจะสึกเร็วกว่าปกติ
ข. การขับขี่จะแข็งกระด้าง
ค. ทำให้ดอกยางทางด้านข้างทั้งสองสึกหรอ
ง. ทำให้กินน้ำมันน้อยลง

50.
ถ้าเติมลมยางแข็งเกินไป จะมีผลกับยางอย่างไร
ก. ดอกยางตรงกลางจะสึกหรอเร็วกว่าปกติ
ข. การขับขี่จะนุ่มนวลขึ้น
ค. ทำให้กินน้ำมันเชื้อเพลิง
ง. ดอกยางด้านข้างจะสึกเร็วกว่าปกติ

51.
การตรวจสอบลมยางข้อใดถูกต้อง
ก. 1 เดือน
ข. 2 เดือน
ค. 3 เดือน
ง. อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

52.
การเติมลมยางข้อใดถูกต้อ
ก. เติมในขณะยางยังร้อนอยู่
ข. ควรเติมลมยางในขณะที่ยางยังเย็นอยู่
ค. ควรเติมลมยางให้แข็งมากๆ
ง. ควรเติมลมยางให้อ่อนมากๆ

53.
โดยปกติการสลับยางควรสลับทุกระยะทางกี่กิโลเมตร
ก. 10,000 กิโลเมตร
ข. 25,000 กิโลเมตร
ค. 30,000 กิโลเมตร
ง. 35,000 กิโลเมตร

54.
ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ยางระเบิด
ก. ใช้ยางเก่าเก็บ
ข. ใช้ยางหมดอายุ
ค. บรรทุกน้ำหนักมากเกินไป
ง. เติมลมยางให้พอดีตามที่กำหนด

55.
ยางมีหน้าที่อย่างไร
ก. ตัดต่อเครื่องยนต์
ข. ทำให้รถมีกำลังขับเคลื่อน
ค. ช่วยยึดเกาะถนนไม่ให้ลื่นไถล
ง. ระบายความร้อน

56.
การเติมลมยางสำหรับรถยนต์ ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. ใช้วิธีเคาะแล้วฟังเสียงยาง
ข. คาดคะเนด้วยสายตา
ค. ปฏิบัติตามคู่มือการใช้รถ
ง. เติมเท่าไรก็ได้

57.
ฝาปิดจุ๊บลมยางมีประโยชน์อย่างไร
ก. ป้องกันลมรั่วซึมและสิ่งสกปรกต่างๆ
ข. ป้องกันยางแตก
ค. ป้องกันการขโมยยาง
ง. ป้องกันไม่ให้ใครมาเติมลม

58.
การเปลี่ยนขนาดยางเล็กเกินไปจะเกิดผลเสียอย่างไร
ก. ทำให้กินน้ำมันมากกว่าเดิม
ข. พวงมาลัยหนักขณะใช้ความเร็วต่ำ
ค. ยางจะเสียดสีกับตัวถังรถ
ง. ความสามารถในการรับน้ำหนักลดน้อยลง

59.
การเปลี่ยนขนาดยางใหญ่เกินไปจะเกิดผลเสียอย่างไร

ก. สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง
ข. ความสามารถในการรับน้ำหนักลดน้อยลง
ค. การสึกหรอของดอกยางจะมากขึ้น
ง. พวงมาลัยจะเบามากเมื่อความเร็วต่ำ

60.
ตัวเลขสองตัวแรก.21 บ่งบอกถึงอะไร

ก. วันที่ผลิตยาง
ข. สัปดาห์ของปีที่ผลิตยาง
ค. เดือนที่ผลิตยาง
ง. ปี ค.ศ

61.
ตัวเลขสองตัวหลัง.13 บ่งบอกถึงอะไร

 
ก. ปี ค.ศ.ที่ผลิต
ข. วันที่ผลิต
ค. สัปดาห์ที่ผลิต
ง. ปี ค.ศ.ที่ยางหมดอายุ

62.195/60 R 14 85H
ตัว R หมายถึง
ก. ขีดจำกัดความเร็ว
ข. โครงสร้างยางแบบเรเดียล
ค. การรับน้ำหนัก
ง. เส้นผ่าศูนย์กลางล้อ

63.
การตรวจความตึงของสายพานควรทำอย่างไร
ก. ใช้ไม้เคาะ
ข. ดูด้วยสายตาก็พอ
ค. ใช้มือกดที่กึ่งกลางสายพาน
ง. ถอดสายพานออกเพื่อนำมาวัด

64.
อุปกรณ์ของรถส่วนใดไม่เกี่ยวกับระบบสายพาน
ก. แอร์
ข. ไดชาร์ท
ค. ปั๊มน้ำ
ง. กรองอากาศ

65.
ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของสัญญาณแตรไม่ดัง
ก. ฟิวส์ขาด
ข. สายไฟขาด
ค. แบตเตอรี่หมด
ง. สายพานขาด

66.
ข้อใดคือเสียงดังปกติ
ก. เสียงสายพานหย่อน
ข. เสียงยางรถเสียดสีกับถนน (/)
ค. เสียงที่ดังจากที่ปัดน้ำฝน
ง. เสียงคอมเพลสเซอร์แอร์

67.
ข้อใดคือผลเสียของการไม่ตรวจเช็ครถก่อนใช้งาน
ก. ค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถยนต์มากขึ้น
ข. ประหยัดเชื้อเพลิง
ค. ลดมลพิษ
ง. ปลอดภัย

68.
ถ้าเกิดเสียงดังแหลมๆ (เอี๊ยดๆ หรือ จี๊ดๆ) ดังจากห้องเครื่องเกิดจากอะไร
ก. หม้อน้ำแห้ง
ข. แบตเตอรี่หมด
ค. เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ
ง. สายพานหย่อน

69.
ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ควรจะเปลี่ยนสายพาน
ก. สายพานหย่อน
ข. ร่องสายพานไม่มี
ค. สายพานแตก.กรอบ
ง. สายพานขาดครึ่งเส้น

70.
เสียงใดคือเสียงที่ผิดปกติจากรถยนต์
ก. เสียงไฟฉุกเฉิน
ข. เสียงไฟเลี้ยว
ค. เสียงเบรกดัง
ง. เสียงไฟถอยหลัง

71.
ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการเกิดควันไอเสียสีขาว
ก. กรองอากาศตัน
ข. แหวนลูกสูบหลวม
ค. เติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป
ง. เครื่องยนต์สึกหรอมาก

72.
ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของการสตาร์ทรถไม่ติด
ก. ขั้วแบตเตอรี่หลวม
ข. สายพานหย่อน
ค. น้ำมันเชื้อเพลิงหมด
ง. มอเตอร์สตาร์ทเสีย

73.
ข้อใดไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัด
ก. น้ำในหม้อน้ำแห้ง
ข. น้ำกลั่นแบตเตอรี่แห้ง
ค. สายพานพัดลมขาด
ง. น้ำมันเครื่องแห้ง

74.
ในขณะขับรถมีไฟเตือนสีแดงรูปแบตเตอรี่ปรากฏขึ้นที่แผงหน้าปัดแสดงว่าอะไร
ก. ไดชาร์ทชำรุด
ข. แบตเตอรี่เสีย
ค. น้ำกลั่นในแบตเตอรี่แห้ง
ง. แบตเตอรี่ไม่มีไฟ

75.
เบรกมือไม่ควรใช้ในสถานการณ์ใด
ก. ใช้หยุดรถบนทางลาดชัน
ข. ใช้เมื่อหยุดรถขณะติดไฟแดง
ค. ใช้จอดรถบนทางลาดชัน
ง. ใช้เมื่อขับรถลงทางลาดชัน

76.
เบรกมือควรใช้ในสถานการณ์ใด
ก. ใช้จอดหรือหยุดรถบนทางลาดชัน
ข. ใช้เพื่อชะลอความเร็ว
ค. ใช้เมื่อต้องการหยุดรถกะทันหัน
ง. ใช้เมื่อขับรถลงทางลาดชัน

77.
ควรหลีกเลี่ยงการใช้เบรกอย่างรุนแรงเมื่ออยู่ในสถานการณ์ใด
ก. ทางขึ้นลาดชัน
ข. ทางร่วม ทางแยก
ค. ทางโค้ง
ง. ทางลงลาดชัน

78.
วิธียืดอายุการใช้งานของผ้าเบรกควรทำอย่างไร
ก. ควรกะระยะในการหยุดรถและเบรกอย่างนุ่มนวล
ข. ควรเบรกแบบกะชั้นชิด
ค. ควรเบรกและหมุนพวงมาลัยไปทางซ้ายและขวาเล็กน้อย
ง. ควรใช้เบรกมือและเบรกเท้าพร้อมกันเมื่อต้องการหยุดรถ

79.
อุปกรณ์ใดที่ไม่มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเบรกร
ก. ยางรถยนต์
ข. พวงมาลัย
ค. เกียร์
ง. ระบบช่วงล่าง

80.
ถ้าไม่ปลดล็อกเบรกมือเมื่อเคลื่อนรถจะมีอาการอย่างไร
ก. เมื่อรถเคลื่อนตัวจะรู้สึกว่ารถเร่งความเร็วไม่ขึ้น
ข. เมื่อรถเคลื่อนตัวจะรู้สึกว่ารถออกตัวเร็วขึ้น
ค. เมื่อหมุนพวงมาลัยจะรู้สึกหนัก
ง. เครื่องยนต์มีอาการสะดุด

81.
เบรกเท้าจะทำงานที่ล้อใดบ้าง
ก. ล้อหน้าซ้าย ล้อหลังขวา
ข. ล้อคู่หน้า
ค. ล้อคู่หลัง
ง. ทั้ง.4 ล้อ

82.
สีของน้ำมันเบรกที่มีคุณภาพคือสีอะไร
ก. สีเหลืองใส
ข. สีดำข้น
ค. สีแดง
ง. สีน้ำตาลเข้ม

83.
สีของน้ำมันเบรกที่เสื่อมสภาพคือสีใด
ก. สีฟ้า
ข. สีแดง
ค. สีดำ
ง. สีเหลือง

84.
เบรกมือใช้ควบคุมล้อใดของรถ
ก. ล้อคู่หลัง
ข. ล้อคู่หน้า
ค. ทั้งสี่ล้อ
ง.ล้อหลังขวา ล้อหน้าซ้าย

85.
เมื่อเหยียบเบรกแล้วเกิดเสียงดังเป็นเพราะสาเหตุใด
ก. ผ้าเบรกหมดหรือหมดอายุ
ข. ยางหมดอายุ
ค. ลมยางอ่อน
ง. ลมยางแข็ง

86.
ผ้าเบรกจะทำงานเสียดสีกับอุปกรณ์ส่วนใดของรถยนต์
ก. ยางรถยนต์
ข. ล้อรถยนต์
ค. กระทะล้อ
ง. จานเบรก

87.
ข้อใดคือหน้าที่ของน้ำมันเครื่องยนต์
ก. ระบายความร้อนออกจากหม้อน้ำ
ข. ระบายความร้อนออกจากเครื่องยนต์
ค. ระบายความร้อนจากผ้าเบรก
ง. ทำความสะอาดหม้อน้ำ

88.
ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของน้ำมันเครื่องยนต์
ก. ระบายความร้อนออกจากหม้อน้ำ
ข. หล่อลื่นชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่เพื่อลดการสึกหรอ
ค. ทำความสะอาดชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์
ง. ระบายความร้อนออกจากเครื่องยนต์

89.
การเตรียมความพร้อมของรถยนต์ก่อนการตรวจวัดระดับน้ำมันเครื่องยนต์ ข้อใดถูกต้อง
ก. จอดรถยนต์บนพื้นราบและดับเครื่องยนต์
ข. จอดรถยนต์บนพื้นลาดเอียงและติดเครื่องยนต์
ค. จอดรถยนต์ที่ใดก็ได้และติดเครื่องยนต์
ง. ล้างอัดฉีดรถยนต์ให้สะอาดก่อน

90.
การตรวจเช็กระดับน้ำมันเครื่องยนต์ดูได้จากสิ่งใด
ก. ก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องยนต์
ข. ก้านวัดระดับน้ำมันเกียร์ออโต้
ค. ก้านวัดระดับน้ำมันเพาเวอร์
ง. กรองน้ำมันเครื่องยนต์

91.
การตรวจวัดระดับน้ำมันเครื่องยนต์ในข้อใดมีระดับน้ำมันที่ดีที่สุด
ก. น้ำมันเครื่องยนต์อยู่ระดับ F
ข. น้ำมันเครื่องยนต์อยู่ระดับ L
ค. น้ำมันเครื่องยนต์อยู่ระดับต่ำกว่า L
ง. น้ำมันเครื่องยนต์อยู่ระดับต่ำกว่า F

92.
ถ้าระดับน้ำมันเครื่องยนต์สูงเกินไปจะมีผลอย่างไร
ก. ลดความร้อนของเครื่องยนต์
ข. ยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้ยาวกว่าปกติ
ค. ทำให้เกิดแรงดันสูงในห้องเครื่องยนต์ และมีควันขาว
ง. เกิดการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ ลดมลพิษ

93.
ถ้าระดับน้ำมันเครื่องยนต์ต่ำเกินไปจะมีผลอย่างไร
ก. ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
ข. ยืดอายุการทำงานของชิ้นส่วนเครื่องยนต์
ค. เครื่องแรงสตาร์ทติดง่าย
ง. ทำให้ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์สึกหรออย่างรวดเร็ว

94.
เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถควรตรวจวัดระดับน้ำมันเครื่องยนต์อย่างน้อยที่สุด
ก. สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
ข. เดือนละ 2 ครั้ง
ค. เดือนละ 1 ครั้ง
ง. สองเดือน 1 ครั้ง

95.
น้ำมันเบรกควรเปลี่ยนเมื่อใด
ก. ควรเปลี่ยนทุก.3 เดือน
ข. ควรเปลี่ยนทุก.6 เดือน
ค. ควรเปลี่ยนทุก.1 ปี
ง. ควรเปลี่ยนทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง

96.
คุณสมบัติของน้ำมันเบรกคือข้อใด
ก. ของเหลวที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดกำลังจากแป้นเบรก
ข. น้ำมันหล่อลื่นที่มีจุดเดือดต่ำ
ค. สารเคมีที่ใช้ไล่ความชื้น
ง. น้ำมันหล่อลื่นที่ระเหยได้ง่าย

97.
ข้อใดคือการตรวจวัดระดับน้ำมันเครื่องยนต์
ก. ฟังเสียงเครื่องยนต์
ข. ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมาตรวจสอบ
ค. ดูรอยหยดของน้ำมันเครื่อง
ง. เปิดฝาน้ำมันเครื่องดู

98.
หากระดับน้ำมันเพาเวอร์ต่ำกว่ากำหนด จะมีผลอย่างไรต่อการขับรถของท่าน
ก. พวงมาลัยจะหนักมากกว่าปกติ
ข. ขับรถแล้วจะเอียงซ้าย
ค. ขับรถแล้วจะเอียงขวา
ง. ขับรถแล้วส่ายไปมา

99.
ควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกเมื่อใด
ก. ควรเปลี่ยนทุก.2 ปี
ข. ควรเปลี่ยนทุก.5 ปี
ค. ควรเปลี่ยนทุกปี
ง. ไม่ต้องเปลี่ยน คอยเติมให้ได้ระดับเท่านั้น

100.
ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของน้ำมันเครื่องยนต์
ก. ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
ข. ช่วยหล่อลื่น ลดการเสียดสีและการสึกหรอ
ค. ป้องกันการเกิดสนิมในเครื่องยนต์
ง. ป้องกันฝุ่นละออง

101.
ข้อใดไม่ใช่การตรวจสอบน้ำมันเครื่องยนต์
ก. ดมกลิ่น
ข. สี
ค. ปริมาณ
ง. ความหนืด สิ่งเจือปน

102.
การเติมน้ำมันเครื่องควรเติมปริมาณเท่าไหร่
ก. เติมให้สูงกว่าขีดบนของก้านวัด
ข. ปริมาณเสมอขีดบนของก้านวัด
ค. เติมให้ต่ำกว่าขีดล่างของก้านวัด
ง. เติมให้เต็มเครื่องยนต์

103.
หม้อน้ำรถยนต์มีหน้าที่อะไร
ก. ระบายความร้อนของเครื่องยนต์
ข. ทำให้รถวิ่งเร็วขึ้น
ค. ระบายความร้อนให้ห้องผู้โดยสาร
ง. ทำให้ประหยัดน้ำมัน

104.
การเติมน้ำในหม้อพักน้ำควรเติมให้อยู่ในระดับใด
ก. เติมให้อยู่ระหว่าง.Full กับ Low
ข. เติมให้เลยระดับ Full
ค. เติมให้ต่ำกว่า Low
ง. เติมให้ถึงฝาปิด

105.
อุณหภูมิเครื่องยนต์ที่ทำงานปกติควรอยู่เท่าไร
ก. 60 – 70 องศาเซลเซียส
ข. 50 -60 องศาเซลเซียส
ค. 40-50 องศาเซลเซียส
ง. 80 –95 องศาเซลเซียส

106.
ถ้าเครื่องยนต์ร้อนจัดไม่ควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เติมน้ำเมื่อเครื่องยนต์เย็นลง
ข. เอาน้ำราดลงไปที่เครื่องยนต์จะทำให้เครื่องยนต์เย็น
ค. เปิดฝากระโปรงเพื่อระบายความร้อน
ง. ปิดแอร์ เปิดหน้าต่างและจอดรถ

107.
ถ้าพัดลมหม้อน้ำเสียจะเกิดอะไรขึ้น
ก. อุณหภูมิของน้ำและเครื่องยนต์จะเพิ่มขึ้น
ข. อุณหภูมิของน้ำและเครื่องยนต์จะลดลง
ค. อุณหภูมิของน้ำและเครื่องยนต์จะคงที่
ง. ประหยัดน้ำมัน

108.
พัดลมหม้อน้ำมีหน้าที่อะไร
ก. ช่วยระบายความร้อนของเบรก
ข. ทำให้น้ำร้อนเร็วขึ้น
ค. ช่วยระบายความร้อนของหม้อน้ำ
ง. ทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง

109.
ไม่ควรเปิดฝาหม้อน้ำในกรณีใด
ก. เปิดตอนเช้าขณะยังไม่ติดเครื่องยนต์
ข. เครื่องเย็น
ค. เครื่องร้อนจัด
ง. เปิดถังพักสำรองหม้อน้ำเพื่อเติมน้ำ

110.
สภาพท่อยางหม้อน้ำที่ยังใช้งานได้ดีต้องมีลักษณะอย่างไร
ก. บีบแล้วต้องมีความยืดหยุ่น
ข. บีบแล้วต้องแข็งกระด้าง
ค. มีรอยบวมที่ท่อยาง
ง. มีรอยฉีกขาด

111.
ปั๊มน้ำรถยนต์มีหน้าที่อย่างไร
ก. ทำให้น้ำหมุนเวียนจากเครื่องไปยังหม้อน้ำแล้วไหลกลับเข้าเครื่องยนต์
ข. ทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงหมุนเวียนจากเครื่องไปยังถังน้ำมันเชื้อเพลิง
ค. ทำให้น้ำมันเครื่องหมุนเวียนภายในเครื่องยนต์
ง. ปั๊มน้ำจากภายนอกเวลาน้ำในหม้อน้ำขาดหายไป

112.
ข้อใดคือวิธีป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนจัด
ก. เติมยางรถยนต์ให้มากกว่าปกติ
ข. เปิดเครื่องปรับอากาศรถยนต์ให้แรง
ค. เปลี่ยนพัดลมให้ใหญ่ขึ้น
ง. ตรวจระดับน้ำในหม้อน้ำก่อนใช้งานทุกวัน

113.
การตรวจสอบลมยางล้อรถ จะต้องตรวจสอบที่ล้อใด
ก. เฉพาะล้อหน้า
ข. เฉพาะล้อหลัง
ค. ทั้งสี่ล้อ
ง. ทั้งสี่ล้อและล้ออะไหล่

114.
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ก. แม่แรง.ค้ำยัน ใช้ในการยกรถ
ข. ยางอะไหล่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้
ค. ไฟฉาย ช่วยในการหาจุดชำรุดในเวลากลางคืน
ง. อุปกรณ์ดับเพลิง.ใช้เมื่อเกิดเพลิงไหม้เครื่องยนต์

115.
ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการตรวจเช็กรถก่อนใช้งาน
ก. ตรวจการชำรุดของสัญญาณไฟโดยการเปิดไฟกระพริบรอบตัวรถ
ข. เพื่อยึดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ควรใช้น้ำบาดาลเติมอยู่เสมอ
ค. ควรดับเครื่องก่อนเช็คน้ำมันหล่อลื่น
ง. ตรวจวัดแรงดันลมยางเป็นประจำ

116.
ข้อใดเป็นการตรวจเช็กและบำรุงรักษาอุปกรณ์รถยนต์ที่ไม่ถูกต้อง
ก. เติมน้ำฉีดกระจกด้วยน้ำสะอาดผสมน้ำยาล้างจานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการล้างสิ่งสกปรก
ข. เติมน้ำมันเครื่องโดยเติมให้อยู่ระดับบนเสมอ
ค. ควรใช้น้ำกลั่นเติมลงในแบตเตอรี่ทุกครั้ง
ง. ควรตรวจสอบการรัดตรึงของหัวขั้วแบตเตอรี่ให้มีสภาพพร้อมใช้งานเสมอ

117.
การตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องในเครื่องยนต์ ควรตรวจสอบเมื่อใด
ก. หลังดับเครื่องยนต์ทันที
ข. ขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน
ค. หลังดับเครื่องยนต์อย่างน้อย 10 นาที
ง. ขณะที่จอดรถบนเนิน

118.
ในการถอดขั้วแบตเตอรี่ ควรถอดขั้วใดก่อน
ก. ถอดขั้วบวกและขั้วลบพร้อมกัน
ข. ขั้วบวก
ค. ขั้วใดก่อนก็ได้
ง. ขั้วลบ
Note: แบตเวลาถอดถอดลบก่อน เวลาต่อต่อบวกก่อน

119.
ระดับของเหลวในข้อใดต่อไปนี้ หากอยู่ในระดับที่ต่ำจะมีโอกาสทำให้เกิดอุบัติเหตุ
ก. ระดับน้ำมันเบรก
ข. ระดับน้ำในแบตเตอรี่
ค. ระดับน้ำยาหล่อเย็น
ง. ระดับน้ำฉีดกระจก

120.
เพราะเหตุใดจึงไม่ควรเติมน้ำในถังพักหม้อน้ำให้เต็มถัง
ก. เพราะต้องสำรองเนื้อที่ในการขยายตัวของน้ำเมื่อเกิดความร้อน
ข. เพราะน้ำในหม้อน้ำจะร้อนมากยิ่งขึ้น
ค. เพราะจะทำให้เครื่องยนต์ชำรุด
ง. เพราะจะทำให้หม้อน้ำเป็นสนิมมากยิ่งขึ้น

121.
ข้อใดต่อไปนี้ปฏิบัติไม่ถูกต้อง
ก. ควรอุ่นเครื่องยนต์ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
ข. ฟังเสียงเครื่องยนต์ทุกครั้งว่ามีความผิดปกติหรือไม่
ค. ดับเครื่องยนต์แล้วเช็กระดับน้ำมันเครื่องทันที
ง. ตรวจสอบระบบส่งกำลังทุกครั้งว่าใช้งานได้อย่างปกติหรือไม่

122.
การตรวจสอบลมยางที่ถูกต้องควรปฏิบัติอย่างไร
ก. เอาเหล็กมาตีที่หน้ายาง
ข. ใช้เครื่องวัดลมยาง
ค. ดูด้วยตาเปล่า
ง. ใช้มือคลำ

123.
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติดหรือติดยาก
ก. แบตเตอรี่มีไฟไม่เพียงพอ
ข. เติมน้ำมันเครื่องมากเกินไป
ค. น้ำมันเชื้อเพลิงหมด
ง. ฟิวส์ขาด

124.
การตรวจสอบลมยางที่ถูกต้องจะต้องทำเมื่อใด
ก. เมื่อยางล้อรถมีอุณหภูมิต่ำ
ข. หลังจากที่ขับขี่ติดต่อมาหลายชั่วโมง
ค. เมื่อยางล้อรถมีอุณหภูมิสูง
ง. หลังจากที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง

125.
แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานน้อยกว่าปกติมีสาเหตุเกิดจากสิ่งใด
ก. น้ำกลั่นแห้งบ่อยครั้ง
ข. เปิดไฟหน้ารถตลอดเวลาเพราะมีหมอกควันเวลาขับรถ
ค. เปิดไฟหน้าบ่อยครั้งเวลาขับในช่วงกลางคืน
ง. เปิดปิดกระจกรถบ่อยครั้งเวลาขับรถ

126.
หม้อน้ำซึมสังเกตุจากสิ่งใดได้บ้าง
ก. เร่งเครื่องยนต์ไม่ขึ้น
ข. เข้าเกียร์ไม่ได้ตามปกติรู้สึกติดขัดเวลาปรับเกียร์
ค. รอบเครื่องยนต์จะสูงขึ้นมากกว่าปกติ
ง. สังเกตคราบน้ำยาหล่อเย็นบริเวณจุดที่ซึม

127.
ถ้าจะเติมน้ำในถังพักหม้อน้ำไม่ควรเติมน้ำชนิดใด
ก. น้ำบาดาล
ข. น้ำฝน
ค. น้ำกลั่น
ง. น้ำประปา

128.
การตรวจสอบความตึง-หย่อนของสายพานเครื่องยนต์เบื้องต้น ควรตรวจสอบอย่างไร
ก. ดูสายพานเครื่องยนต์ ด้วยตาเปล่า
ข. ใช้นิ้วมือกดสายพานเครื่องยนต์
ค. ติดเครื่องฟังเสียงสายพานเครื่องยนต์
ง. ใช้มือคลำสายพานเครื่องยนต์

129.
การตรวจสอบระบบไฟฟ้าในรถยนต์ควรตรวจสอบอะไรบ้าง
ก. ไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา
ข. ไฟเบรกและไฟหน้า
ค. ไฟหน้าและไฟเลี้ยวซ้ายขวา
ง. ไฟเลี้ยวซ้าย-ขวาและไฟหน้าสูงต่ำ-ไฟหรี่-ไฟเบรก-ไฟส่องป้ายทะเบียนรถ

130.
การเติมน้ำในถังพักหม้อน้ำควรอยู่ในระดับใด
ก. อยู่ระหว่างเกณฑ์สูง-ต่ำ ที่กำหนดไว้ข้างถังพักน้ำ
ข. เต็มถัง
ค. เติมเท่าไรก็ได้
ง. ครึ่งถัง

131.
เหตุใดจึงไม่ควรเติมน้ำในถังพักหม้อน้ำให้เต็มถัง
ก. เพราะ จะทำให้เครื่องยนต์ชำรุด
ข. เพราะ น้ำในหม้อน้ำจะร้อนมากยิ่งขึ้น
ค. เพราะจะทำให้หม้อน้ำเป็นสนิมมากยิ่งขึ้น
ง. เพราะ สำรองเนื้อที่การขยายตัวของน้ำเมื่อเกิดความร้อน

 

10.ข้อสอบใบขับขี่จริงหมวด รูปภาพจราจร มีทั้งหมด 20 ข้อ

10.1
จากภาพผู้ขับขี่รถคัน ก. ต้องการขับรถตรงไปจะต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. หยุดรอให้รถคัน ข. ขับผ่านไปก่อน
ข. ขับรถผ่านไปได้เลย
ค. หยุดรอให้รถคัน ค. ขับผ่านไปก่อน
ง. หยุดรอให้รถคัน ข. และ ค. ขับผ่านไปก่อน

10.2 จากภาพผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. ห้ามหยุดแต่สามารถจอดรถได้ทุกชนิด
ข. ห้ามจอดรถทุกชนิดยกเว้นรถยนต์
ค. ห้ามหยุดห้ามจอดรถทุกชนิด
ง. ห้ามจอดแต่สามารถหยุดรถได้ชั่วขณะ

10.3 จากภาพรถคันใดมีสิทธิใช้ทางได้ก่อน

ก. รถคัน ก. เนื่องจากอยู่ในทางโท
ข. รถคัน ข. เนื่องจากอยู่ในทางเอก
ค. รถคัน ก. เนื่องจากอยู่ในทางเอก
ง. รถคัน ข. เนื่องจากอยู่ในทางโท

10.4
ผู้ขับขี่รถคัน ก. ต้องการจะขับรถตรงไป จะต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. หยุดรอให้รถคัน ค. ขับผ่านไปก่อน
ข. ขับรถไปต่อท้ายรถคัน ข. เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่าง
ค. ขับรถไปจอดคู่กับรถคัน ข. ทางด้านขวา
ง. ขับรถไปต่อท้ายรถคัน ข. และเปิดไฟฉุกเฉินให้ผู้ขับรถคัน ค. รู้

10.5
จากภาพผู้ขับขี่รถคันนี้จะต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. หยุดรถและรอให้รถในทางขวาง(แสดงว่าเป็นทางรอง)หน้าขับผ่านไปก่อน
ข. ขับรถผ่านไปได้ทันทีเนื่องจากเป็นเส้นประ
ค. ขับรถผ่านไปได้ทันทีเนื่องจากมีป้ายให้ทางแสดงไว้
ง. ให้ชะลอรถแล้วหยุดคร่อมเส้นประเพื่อให้มองเห็นรถที่มาจากด้านขวามือ

10.6
จากภาพผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. หยุดรถและรอให้รถในทางขวางหน้าขับผ่านไปก่อน
ข. ให้ชะลอรถแล้วหยุดคร่อมเส้นประเพื่อให้มองเห็นรถที่มาจากด้านขวามือ
ค. ขับรถผ่านไปได้ทันทีเนื่องจากเป็นเส้นประ
ง. ขับรถผ่านไปได้ทันทีเนื่องจากมีป้ายให้ทางแสดงไว้

10.7
จากภาพต่อไปนี้ ภาพใดแสดงการจอดรถอย่างถูกต้อง?
 



    

 
  
ง.ตอบข้อนี้

  

10.8
จากภาพต่อไปนี้ ภาพใดแสดงการจอดรถอย่างถูกต้อง?


       

 
      
ค.ตอบข้อนี้
     


       

10.9
จากภาพ ข้อใดแสดงการหยุดรถที่ไม่ถูกต้อง?
ก. ตอบข้อนี้













10.10
ภาพในข้อใดต่อไปนี้ แสดงการเลี้ยวรถที่ถูกต้อง?






 ตอบข้อนี้







10.11
ภาพในข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง?
ก. ตอบข้อนี้













10.12
จากภาพรถคันใดมีสิทธิ์ขับผ่านไปได้ก่อน

ก. ทั้งรถ A และ รถ B
ข. คันที่มาถึงทางร่วมทางแยกก่อน
ค. รถคัน B
ง.รถคัน A


10.13
จากภาพเครื่องหมายแบ่งช่องจราจรบนพื้นทาง.หมายความว่าอย่างไร?

ก. ให้ผู้ขับขี่กลับรถได้
ข. ให้ผู้ขับขี่เลี้ยวขวาได้
ค. ให้ผู้ขับขี่จอดรถได้
ง. ห้ามผู้ขับขี่แซงเข้าไปในทางเดินรถทางขวา

10.14
ในทางร่วมทางแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟ ถ้าขับรถมาถึงพร้อมกัน รถคันใดมีสิทธิ์ขับผ่านไปได้ก่อน

ก. คันที่มาถึงทางร่วมทางแยกก่อน
ข. ทั้งรถ ก. และ รถ ข.
ค. รถ ข.
ง. รถ ก.

10.15
จากภาพ รถคัน ก. จะต้องปฏิบัติอย่างไร

ก. หยุดรถเพื่อให้รถจากทางด้านซ้ายขับผ่านไปก่อน
ข. ลดความเร็วของรถเพื่อให้รถทางด้านซ้ายและขวาขับผ่านไปก่อน
ค. หยุดรถเพื่อให้รถทางด้านขวามือขับผ่านไปก่อน
ง. ขับรถผ่านทางร่วมทางแยกไปได้เลย

10.16
จากภาพผู้ขับขี่รถคันใดสามารถขับรถแซงผ่านขึ้นหน้ารถคันอื่นได้

ก. รถคัน ก.
ข. รถคัน ก.และคัน ข
ค. รถคัน ข.
ง. รถจักรยานยนต์


10.17
จากภาพข้อใดถูกต้อง






ค. ตอบข้อนี้






10.18
ผู้ขับขี่ต้องการเลี้ยวขวาและมีรถทางตรงวิ่งสวนมา จะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดรถให้รถทางขวามือผ่านไปก่อนจึงเลี้ยวขวาได้
ข. หยุดรอให้รถทางตรงสวนมาก่อนจึงเลี้ยวขวาได้
ค. เลี้ยวได้ทันที
ง. ห้ามเลี้ยวรถ

10.19
กรณีมีรถเลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวาพร้อมกันในเส้นทางเดียวกันผู้ขับขี่ต้องทำอย่างไร
ก. ผู้ที่จะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวได้ทันที
ข. ผู้ที่จะเลี้ยวซ้ายต้องหยุดให้ทางแก่รถที่เลี้ยวมาจากทางขวาก่อน
ค. ผู้ที่จะเลี้ยวขวาต้องหยุดให้ทางแก่รถที่เลี้ยวมาจากทางด้านซ้ายก่อน
ง. ห้ามเลี้ยวซ้าย

10.20
กรณีที่เราเห็นรถคันอื่นให้สัญญาณจะเลี้ยวรถหรือเปลี่ยนช่องทางการเดินรถ จะต้องปฏิบัติอย่างไร
ก. หยุดรถ
ข. จอดรถ
ค. ชะลอความเร็วและให้ทางแก่เขาไปก่อน
ง. เร่งความเร็วเพื่อจะไปก่อน

 11.ข้อสอบใบขับขี่จริงหมวด การรับรู้สถานการณ์อันตราย ข้อสอบหมวดนี้มีทั้งหมด22 ข้อ


11.1.รถยนต์ ก. และรถยนต์ ข. วิ่งมาถึงทางแยกพร้อมกันและเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวกันดังรูป

ก. รถยนต์ ก. เป็นฝ่ายผิดเนื่องจากบริเวณทางแยกลักษณะนี้ ต้องให้รถที่อยู่ด้านขวาไปก่อน
ข. รถยนต์ ข. เป็นฝ่ายผิด
ค. ทั้งรถยนต์ ก. และรถยนต์ ข. ผิดด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย
ง. ไม่มีรถยนต์ฝ่ายใดผิด




11.2
รถ ก. , ข. และ ค. เลี้ยวซ้ายพร้อมกัน คันใดกระทำผิดกฎหมาย



ก. รถคัน ก. และ ข. ผิดเพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน
ข. รถคัน ก. และ ค. ผิดเพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน
ค. รถคัน ข. และ ค. ผิดเพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน
ง. รถคัน ก., ข. และ ค. ผิดเพราะเลี้ยวซ้ายพร้อมกัน


11.3
จากรูปสมมติว่าท่านเป็นผู้ขับรถคัน ก.และมีความประสงค์จะขับเข้าซอยซ้ายมือด้านหน้า
รถโดยสารประจำทางที่กำลังจอดรับส่งผู้โดยสารที่ป้ายรถเมล์ท่านต้องขับรถอย่างไรจึงจะปลอดภัย



ก. หยุดรถหลังรถโดยสารประจำทางรถให้รถโดยสารประจำทางขับออกไปก่อนแล้วค่อยขับเลี้ยวเข้าซอย
ข. ขับแซงด้านซ้ายรถโดยสารประจำทางแล้วค่อยเลี้ยวซ้ายเข้าซอย
ค. ขับแซงด้านขวารถโดยสารประจำทางแล้วค่อยเลี้ยวซ้ายเข้าซอย
ง. ถูกทั้งข้อ ก, ข. และ ค.

11.4
สมมติว่าท่านขับรถคัน ก. ออกจากห้างสรรพสินค้าซึ่งมีป้ายรถเมล์อยู่หน้าห้างดังรูปท่านจะต้อง
ขับรถอย่างไรจึงจะปลอดภัย





ก. หยุดรถบริเวณทางออกดูรถด้านขวามือถ้าไม่มีรถวิ่งมาก็ขับรถเลี้ยวขวาแซงรถประจำทางออกไป
ข. หยุดรถบริเวณทางออก ดูรถด้านขวามือ ถ้าไม่มีรถวิ่งมาก็ดูรถด้านซ้ายมือว่ามีรถมาจอดต่อท้ายรถโดยสารประจำทางหรือไม่ ถ้าด้านซ้ายมือไม่มีรถก็ขับรถออกไป
ค. ไม่ต้องหยุดรอ ขับเลี้ยวซ้ายออกมาต่อท้ายรถโดยสารประจำทาง
ง. ถูกทุกข้อ

11.5
จากรูปเป็นการชนประสานงากันระหว่างรถคัน ก และ รถคัน ข ถามว่ารถ ก. หรือ รถ ข. เป็นฝ่ายผิด เพราะอะไร





ก. รถ ก. ผิด เพราะแซงซ้ายบนทางโค้งส่วนรถ ข. ถูก เพราะช่องที่ขับมาเป็นไหล่ทางไม่ใช่
ข. รถ ก. ผิด เพราะขับรถย้อนศร ส่วนรถ ก. ถูกเพราะเป็นไหล่ทางช่องรถวิ่งสามารถขับได้
ค. รถ ก. เป็นฝ่ายถูก เพราะขับรถชิดขอบทางด้านซ้าย ส่วนรถ ข. เป็นฝ่ายผิด เพราะขับรถชิดขอบทางด้านขวา
ง. รถ ก. ผิด เพราะแซงด้านซ้ายส่วนรถ ข. ผิดเพราะขับรถย้อนศร


11.6
สมมติท่านขับรถคัน ก.ในระหว่างที่ขับรถอยู่นั้นรถในช่องทางด้านขวามือของท่านตั้งแต่รถคัน ข. ลงมา อยู่ ๆ ก็หยุดรถท่านเห็นรถในช่องขวามือของท่านหยุด ท่านจะทำอย่างไร




ก. ขับรถต่อไปเพราะช่องเดินรถของท่านโล่งสามารถขับรถต่อไปได้
ข. เร่งเครื่องยนต์รีบขับขึ้นหน้ารถด้านขวามือ
ค. ชะลอความเร็วเนื่องจากไม่แน่ใจว่ารถด้านขวาหยุดให้ผู้โดยสารลงรถหรือไม่
ง. หยุดรถเพราะคาดว่าทางข้างหน้าอาจจะมีคนข้ามถนน

11.7
ท่านขับรถตามหลังรถโดยสารประจำทางเมื่อถึงป้ายรถเมล์รถโดยสารประจำทางจอดให้ผู้โดยสาร
ขึ้นและลงรถเมื่อท่านเห็นรถโดยสารประจำทางหยุดท่านจะทำอย่างไร




ก. ขับแซงด้านขวาขึ้นหน้ารถโดยสารประจำทาง

ข. หยุดรถหลังรถโดยสารประจำทางเพราะอาจจะมีคนโดยสารรถโดยสารประจำทางเดินตัดหน้ารถโดยสารประจำทาง
ค. ดูว่ามีรถด้านขวาหรือไม่ถ้าไม่มีรถก็แซงด้านขวา
ง. ชะลอความเร็วเตรียมแซงรถโดยสารประจำทางด้านซ้ายหรือด้านขวา

11.8
เมื่อท่านขับรถยนต์ไปในทางโค้งด้านขวา รถเสียหลักหลุดโค้งออกไปด้านซ้ายลงข้างทางไปชนเสาไฟฟ้าถามว่าท่านกระทำผิดกฎหมายจราจรทางบกหรือไม่

ก. ไม่มีความผิดเพราะไม่มีคู่กรณี
ข. ไม่มีความผิดเพราะท่านทำให้เกิดอุบัติเหตุเอง
ค. มีความผิดเนื่องจากไม่ชะลอความเร็วของรถเมื่อขับรถในทางโค้ง
ง. มีความผิดเพราะขับรถไปชนเสาไฟฟ้า

11.9
เมื่อท่านขับรถที่มุ่งหน้าเข้าหาหน้าผาของภูเขาสูงแสดงว่า


ก. ถนนที่ท่านกำลังขับรถอยู่นั้นตัดผ่านภูเขา
ข. ถนนที่ท่านกำลังขับรถอยู่นั้นจะต้องเป็นทางโค้งขวาหรือโค้งซ้าย
ค. ถนนที่ท่านกำลังขับรถอยู่นั้นอาจเป็นทางตันไม่สามารถขับผ่านไปได้
ง. ถูกทั้งข้อ ก, ข. และ ค.



11.10 ท่านเห็นรถ ก. ชนกับรถ ข. อย่างแรงจนรถทั้ง 2 คันพังยับเยินผู้ขับรถทั้ง 2 คนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุตรงบริเวณสามแยกโดยเห็นว่ารถ ข. วิ่งออกจากซอย ชนกับรถ ก. ที่วิ่งมาบนถนนสายหลักดังรูปถามว่ารถคันใดทำผิดกฎหมายเพราะอะไร


ก. ผู้ขับรถ ก. ผิด เพราะไม่ลดความเร็วเมื่อขับรถผ่านทางร่วมทางแยก
ข. ผู้ขับรถ ข. ผิด เพราะไม่ให้รถที่มีสิทธิ์ผ่านไปก่อน
ค. ทั้งผู้ขับรถ ก. และผู้ขับรถ ข. ผิดด้วยกันทั้งคู่ ด้วยเหตุผลตามข้อ ก. และ ข.
ง.ผิดทั้งคู่ เพราะผู้ขับรถ ก. ไม่ลดความเร็วเมื่อขับรถผ่านทางร่วมทางแยก และผู้ขับรถ ข.ไม่ให้รถที่มีสิทธิ์ผ่านไปก่อน


11.12
เมื่อท่านจะขับรถออกจากปากซอย ดังรูปเหตุการณ์ใดต่อไปนี้ที่ท่านเป็นฝ่ายถูก



ก. ท่านเลี้ยวซ้ายทันที
ข. ท่านเลี้ยวขวาทันที
ค. ท่านขับตามช่องทางเดินรถไป 1 ช่องแล้วเลี้ยวขวา
ง. ท่านขับรถถึงปากซอยแล้วหยุดทันที


11.13
ท่านขับรถคัน ก.เมื่อท่านขับรถถึงบริเวณสี่แยกที่ไม่มีไฟสัญญาณจราจร (ดังภาพ)กรณีใดที่ท่านไม่ใช่เป็นฝ่ายผู้กระทำผิด



ก. เลี้ยวซ้ายทันที
ข. เลี้ยวขวาทันที
ค. ขับตรงไปทันที
ง. หยุดทันทีเมื่อถึงทางแยก


11.14
ในขณะที่ท่านกำลังขับรถเลี้ยวขวา ดังรูป ท่านเห็นว่าเบรกไม่ทันรถของท่านจะชนรถคันหน้าจะหักพวงมาลัยรถไถลลงข้างทางไปชนต้นไม้ถามว่าการกระทำของท่านทำผิดกฎหมายจราจรทางบกหรือไม่


ก. ไม่ผิดเพราะไม่ได้ชนรถที่อยู่ข้างหน้า
ข. ผิดเพราะไม่ได้ขับในช่องทางเดินรถแต่ไปชนต้นไม้
ค. ผิดเพราะไม่ลดความเร็วของรถเมื่อขับผ่านทางร่วมทางแยก
ง. ไม่ผิดเพราะไม่มีผู้เสียหาย


11.15
ข้อใดที่แสดงว่าท่านขับรถไม่เป็น
ก. ขณะที่กำลังขับรถอยู่มีสุนัขวิ่งตัดหน้ารถ ท่านหักหลบสุนัขลงข้างทาง
ข. ขณะที่กำลังขับรถอยู่ ถูกรถที่ตามหลังมาชนท้ายอย่างแรงจนรถของท่านไปกระแทกรถคันข้างหน้า
ค. ขณะที่กำลังเลี้ยวซ้ายเข้าที่จอดรถมีรถขับตัดหน้าแย่งเข้าจอดรถ ท่านจึงเหยียบเบรกอย่างแรงแต่รถก็ยังชนรถที่ตัดหน้า
ง. ขับรถไปซื้อของที่หน้าปากซอยท่านก็คาดเข็มขัดนิรภัย


11.16
ท่านขับรถคัน ก.เหตุการณ์ต่อไปนี้ท่านเป็นฝ่ายกระทำผิดเพราะอะไร


ก. แซงอย่างผิดกฎหมาย
ข. ขับล้ำเข้าไปในช่องทางรถสวน
ค. ไม่ลดความเร็วของรถเมื่อขับผ่านทางโค้ง
ง. ขับรถย้อนศร

11.17
ท่านขับรถคัน ข.จากรูปรถของท่านถูกรถของนาย ก. คัน ก. ชนบริเวณสี่แยกที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร

ก. ท่านผิด เพราะไม่ลดความเร็วในรถขณะขับผ่านทางร่วมทางแยก
ข. นาย ก. เป็นฝ่ายผิดเพราะกลับรถในบริเวณทางร่วมทางแยก
ค. ท่านเป็นฝ่ายผิดเนื่องจากประมาท
ง. ทั้งท่านและนาย ก. ผิด เพราะขับรถโดยประมาท


11.18
รถของท่าน (คัน ข.) ชนกับรถของนาย คัน ก.ตรงบริเวณที่ท่านกำลังเลี้ยวขวาเข้าซอย ดังรูป

ก. ท่านเป็นฝ่ายผิด เพราะขับล้ำเข้าในช่องทางรถสวน
ข. ฝ่ายนาย ก. เป็นฝ่ายผิดเพราะไม่ยอมให้รถเลี้ยวเข้าซอยไปก่อน
ค. ท่านเป็นฝ่ายผิดเพราะไม่ได้ให้สัญญาณเลี้ยวขวา
ง. ฝ่ายนาย ก. เป็นฝ่ายผิดเพราะไม่ลดความเร็วของรถขณะขับผ่านทางร่วมทางแยก


11.19
สมมติว่าในขณะที่ท่านรอข้ามถนนได้เห็นเหตุการณ์รถตู้ส่งของมีคนนั่ง 2 คนถูกรถเก๋งชนท้ายด้านขวาทำให้รถตู้หมุน 3 รอบ คนขับรถตู้กระเด็นออกจากตัวรถ ศีรษะฟาดพื้นถนนเสียชิวิตถามว่าเพราะเหตุใดคนขับรถตู้จึงกระเด็นออกจากตัวรถ
ก. รถตู้ถูกชนอย่างแรงจนหมุนเหวี่ยงคนขับให้กระเด็นออกจากตัวรถ
ข. รถเก๋งชนท้ายรถตู้ในมุมเฉียง ๆ ด้านขวาจึงทำให้รถตู้หมุนอย่างแรง
ค. คนขับรถเก๋งคาดเข็มขัดนิรภัยส่วนคนขับรถตู้ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย
ง. คนขับรถเก๋งขับรถด้วยความเร็วสูงส่วนรถตู้ขับช้า ๆ จึงถูกชนอย่างแรง


11.20
สมมติว่า นาย ก. มีโปรแกรมขับรถตู้พาครอบครัวจากกรุงเทพฯไปท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยออกเดินทางในเวลา 02.00 น.คาดว่าจะไปถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอนในเวลาประมาณ 20.00 น.เมื่อขับรถติดต่อกันเป็นเวลา 12 ชั่วโมงปรากฏว่ารถเสียหลักแฉลบลงข้างทางชนต้นไม้เป็นเหตุครอบครัวของนาย ก.ได้รับบาดเจ็บหลายคน ท่านพอจะสันนิษฐานได้หรือไม่ว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากสาเหตุใด
ก. นาย ก. หลับในขณะขับรถ
ข. นาย ก. และคนในครอบครัวของนาย ก. หลับใน
ค. นาย ก. ไม่ชำนาญเส้นทาง
ง. ข้อ ก. และ ข้อ ค. ถูก


11.21
ข้อใดเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่สุดที่เกิดขึ้นกับรถที่ขับช่องขวาสุด
ก. ถูกรถในช่องทางขับข้ามเกาะกลางมาชนประสานงา
ข. ขับชนท้ายรถคันที่ขับอยู่ข้างหน้า
ค. ขับชนท้ายรถที่กำลังเลี้ยวกลับรถ
ง. หลบรถที่ขับตัดหน้าลงข้างทาง


11.22
เมื่อท่านจะขับรถผ่านบริเวณที่เป็นสี่แยกเล็ก ๆ ดังรูปท่านคาดการณ์ว่าจะมีเหตุการณ์ใดบ้างที่เกิดขึ้นกับท่าน


ก. น่าจะมีรถพุ่งออกจากซอยซ้ายมือมาตัดหน้าท่าน
ข. น่าจะมีรถพุ่งออกจากซอยขวามือเลี้ยวขวาตัดหน้าท่าน
ค. น่าจะมีรถสวนฝั่งตรงข้ามท่านเลี้ยวขวาตัดหน้าท่าน
ง. เป็นไปได้ทุกข้อ

 

เฉพาะหมวดนี้ เฉลยอาจจะไม่100% ให้อ่านเป็นแนวทางนะครับ 
 
12.1.บุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แบ่งออกได้ดังนี้
ก. บุคลคลธรรมดา นิติบุคคล สมาคม
ข.บุคลคลธรรมดา นิติบุคคล
ค.บุคลคลธรรมดา นิติบุคคล องค์การบริหารส่วนจังหวัด
ง.บุคลคลธรรมดา บริษัทจำกัด สมาคม
 
12.2.ข้อใดคือความหมายของการเริ่มของสภาพบุคคล
ก. สภาพบุคคลเริ่มแต่คลอดแล้วดอยู่รอดเป็นทารก
ข.สภาพบุคคลเริ่มแต่คลอดแล้วดอยู่รอดเป็นทารก และสิ้นสุดลงเมื่อตาย
ค.สภาพบุคคลเริ่มตั้งแต่คลอดและมีชีวิตอยู่
ง.สภาพบุคคลเริ่มตั้งแต่บรรลุนิติภาวะ

12.3.
ข้อใดคือบุคคลตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ก. บริษัท จำกัด
ข.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ค.เด็กที่อยู่ในภรรภ์มารดา
ง.ข้อ ก และ ข ถูกต้อง

12.4
คำว่า "การอยู่รอดเป็นทารก" หมายความว่าอย่างไร
ก. ทารกนั้นได้คลอดออกมาแล้ว
ข.ทารกนั้นได้หายใจแล้ว
ค.ทารกนั้นเกิดมาเกิน 25 นาทีแล้ว
ง.ทารกนั้นได้นำไปแจ้งเกิดตามระเบียบราชการแล้ว


12.5
ความหมายของนิตติบุคคล คือข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. เป็นบุคคลที่กฎหมายสมมติ
ข.มีหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา
ค.สามารถทำได้ทุกอย่างเหมือนบุคคลธรรมดา
ง.ทุกข้อถูกต้อง

12.6
กิจกรรมใดที่นิติบุคล สามารถกระทำได้เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา
ก. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ข.การแต่งงาน
ค.การโอนทรัพย์สิน
ง.การเกณฑ์ทหาร

12.7
นิตติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คือข้อใด
ก. ทวงการเมือง
ข.บริษัทจำกัด สมาคม มูลนิธิ
ค.องค์การบริหารส่วนจังหวัด
ง.เทศบาล วัดวาอารม


12.8
นิติบุคลตามกฎหมายอื่นได้แก่ข้อใด
ก. บริษัทจำกัด
ข.สมาคม
ค.มูลนิธิ
ง.องค์การบริหารส่วนจังหวัด


12.9 "
การกระทำของบุคคลที่กฎหมายยอมรับและบังคับใช้" เป็นความหมายของข้อใด
ก. นิติกรรม
ข.สัญญา
ค.พินัยกรรม
ง.หนังสือราชการ


12.10
ความหมายของ นิติกรรม คือข้อใด
ก. การใด ๆ ที่ทำโดยชอบด้วยกฎหมาย
ข.กระทำด้วยความสมัครใจ
ค.มุ่งตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล
ง.ทุกข้อถูกต้อง

12.11
การกระทำอย่างไรไม่ถือว่าเป็นการแสดงเจตนา
ก. การสั่งการโดยการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
ข.การสั่งการโดยวาจา
ค.การคิดในใจว่าจะกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ง.การนิ่งไม่แสดงการปฏิเสธหรือยอมรับ

12.12
การกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย คือข้อใด
ก. การทำสัญญาซื้อขายเฮโรอีน
ข.การทำสัญญาเช่ารถขนยาเสพติด
ค.การทำสัญญาเช่าซื้อรถ
ง.การจอดรถในที่ห้ามจอด

12.13
การกระทำด้วยความสมัครใจต้องเป็นการกระทำที่ปราศจากสิ่งใด
ก การถูกข่มขู่
ข.การถูกหลอกลวง
ค.การโดนบังคับ
ง.การกระทำโดยปราศจากข้อ ก, ข และ ค

12.14 การกระทำใดเข้าข่ายการเปลี่ยนแปลงสิทธิ
ก. ก ซื้อ ข้าวแก่ง ชำระด้วยเงินสด
ข.ก กับ ข ตกลงกันว่าเงินที่กู้ไปนั้น ข จะส่งให้เป็นข้าวสารแทนเงิน
ค.ก กับ ข ตกลงกันซื้อขายรถยนต์โดยชำระเงินสด
ง.ก รับจ้างกับ ข เกี่ยวข้าวโดยรับค่าจ้างเป็นเงินสด

12.15
บุคคลใดต่อไปนี้ไม่สามารถทำนิติกรรมได้โดยลำพัง
ก. ผู้เยาว์
ข.คนไร้ความสามารถ
ค.คนเสมือนไร้ความสามารถ
ง.ถูกทุกข้อ

12.16
ผู้เยาว์ หมายถึง
ก. บุคคลที่บรรลุนิติภาวะ
ข.บุคคลที่ยังอยู่กับบิดามารดา
ค.บุคคลที่ไม่บรรลุนิติภาวะ
ง.บุคคลที่ยังเรียนอยู่ในระดับมัธยมศึกษา

12.17
คนไร้ความสามารถ หมายถึง
ก คนบ้า
ข.คนจิตฟั่นเฟือน
ค.คนไม่มีงานทำ
ง.คนวิกลจิตที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ

12.18
คนเสมือนไร้ความสามารถ หมายถึง
ก. คนที่ไม่สามารถจัดการงานทุกอย่างได้ด้วยตนเอง
ข.คนที่ไม่สามารถมีบุตรได้
ค.คนปกติที่ทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่สำเร็จ
ง.คนที่ไม่สามารถอ่านหนังสือได้

12.19
ผู้เยาว์ทำนิติกรรม ข้อใดถูกต้อง
ก. ผู้เยาว์ทำนิติกรรมได้ แต่นิติกรรมนั้นเป็นโมฆียะ
ข.ผู้เยาว์ทำนิติกรรมได้ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมเสมอ
ค.ผู้เยาว์ทำนิติกรรมได้ แต่นิติกรรมนั้นอาจถูกบอกล้างด้วย
ง.ถูกทุกข้อ

12.20
ข้อใดถูกต้อง
ก. นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำ หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาล นิติกรรมนั้นจะเป็นโมฆียะ
ข.นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำ หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ นิติกรรมนั้นจะเป็นโมฆียะ
ค.นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำ หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม นิติกรรมนั้นจะเป็นโมฆียะ
ง.นิติกรรมที่ผู้เยาว์ทำ หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง นิติกรรมนั้นจะเป็นโมฆียะ

12.21
ผู้พิทักษ์ คือใคร
ก. ผู้ให้ความพิทักษ์ของคนเสมือนไร้ความสามารถ
ข.ผู้ให้ความพิทักษ์ของคนไร้ความสามารถ
ค.ผู้ให้ความพิทักษ์ของผู้เยาว์
ง.ผู้ให้ความพิทักษ์ของผู้แทนโดยชอบธรรม


12.22
ละเมิด คืออะไร
ก. การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายที่ประเมินค่าเป็นตัวเงินได้
ข.การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแต่ผู้อื่น
ค.การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตนเองและแต่ผู้อื่น
ง.ถูกทุกข้อ

12.23
ข้อใดเป็นการกระทำละเมิด
ก. นาย ก ขับรถชนรั้วบ้านของตัวเอง
ข.นาย ข ยินยอมให้นาย ก แตะก้น
ค.นาย ก ขับรถชนรั้วบ้านนาย ข
ง.นาย ก ถูกหมอที่โรงพยาบาลฉีดยาป้องกันบาดทะยัก

12.24
การกระทำละเมิด ต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง
ก. เป็นการกระทำโดยจงใจหรือประมาท
ข.เป็นการกระทำต่อผู้อื่น
ค.การกระทำนั้นผิดกฎหมาย และผู้อื่นเสียหาย
ง.ต้องเป็นการกระทำที่ประกอบด้วย ก, ข และ ค

12.25
การกระทำใดถือว่าไม่เป็นการละเมิด
ก. นาย ก ยินยิมให้แพทย์ผ่าตัดใส้ติ่ง
ข.ตำรวจจับคนร้ายชิงทรัพย์ขังไวในห้องขัง
ค.นายทะเบียนพักใช้ใบอนุญาตขับรถตามที่กฎหมายกำหนด
ง.ถูกทุกข้อ

12.26
ผู้เสียหายอาจเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเป็นสิ่งใด
ก. เงินสด
ข.คืนเป็นสินทรัพย์ที่เสียหาย
ค.เรียกร้องให้จัดหายานพาหนะมาใช้รับ-ส่ง
ง.ถูกทุกข้อ

12.27
ในกรณีทำละเมิดให้เขาถึงตายทันที ค่าสินไหมทดแทนใดที่ผู้ละเมิดไม่ต้องชดใช้
ก. ค่าทำศพๅ
ข.ค่ารักษาพยาบาล
ค.ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เสียชีวิต
ง.ค่าอุปการะบิดามารดาผู้เสียชีวิต

12.28
บุคคลที่จะต้องรับผิดฐานละเมิดร่วมกับผู้อื่นได้แก่ข้อใด
ก. นายจ้าง ต้องร่วมรับผิดลูกจ้างที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทเรื่องชู้สาว
ข.บิดามารดาต้องร่วมรับผิดเมื่อผู้เยาว์ทำนิติกรรมซื้อรถทั้งที่ได้แสดงเจตนาบอกเลิกไว้ก่อนแล้ว
ค.ผู้ยุยงส่งเสริมให้ถื่อว่ากระทำละเมิดด้วย
ง.บิดาต้องรับผิดชอบหนี้สินที่บุตรบรรลุนิติภาวะได้ก่อหนี้ขึ้น

12.29
หากรู้ตัวผู้กระทำการละเมิด อายุความฟ้องคดีอันเกิดจากมูลละเมิดข้อใดถูกต้อง
ก. ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิด
ข.ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายแจ้งความ
ค.ภายใน 10 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิด
ง.ภายใน 10 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายแจ้งความ

12.30
หากไม่รู้ว่าผู้กระทำละเมิดคือใคร อายุความฟ้องคดีอันเกิดจากมูลละเมิดข้อใดถูกต้อง
ก. ภายใน 5 ปี นับแต่วันละเมิด
ข.ภายใน 10 ปี นับแต่วันละเมิด
ค.ภายใน 15 ปี นับแต่วันละเมิด
ง.ภายใน 20 ปี นับแต่วันละเมิด

12.31
กรณีใดที่ผู้ขนส่งต้องรับผิดชอบสินค้าที่ทำการขนส่ง
ก. สินค้าสูญหายเพราะเกิดเหตุสุดวิสัย
ข.สินค้าสูญหายเพราะเกิดจากความผิดของผู้ตราส่ง
ค.สินค้าสียหายเพราะเกิดจากสภาพแห่งของนั้นเอง
ง.สินค้าเสียหายเพราะส่งมอบชักช้า

12.32
วัตถุที่มีรูปร่าง หมายถึงสิ่งใด
ก. ทรัพย์
ข.ทรัพย์สิน
ค.ทรัพย์นอกพาณิชย
ง.อสังหาริมทรัพย์

12.33
อสังหาริมทรัพย์ หมายถึง
ก. ที่ดิน ทรัพย์ที่อยู่ติดกับที่ดินถาวรหรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน
ข.สิทธิทั้งหลายของทรัพย์อันเกี่ยวกับที่ดิน
ค.ข้อ ก และ ข ถูกต้อง
ง.ทรัพย์ที่สามารถแบ่งได้

12.34
ทรัพย์ต่อไปนี้อะไรเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์
ก. รถยนต์
ข.ทะเลสาบ
ค.ที่ดิน
ง.บ้าน

12.35
ทรัพย์นอกพาณิชย์หมายถึง
ก. ทรพัย์ที่แบ่งได้
ข.อสังหาริมทรัพย์
ค.ทรัพย์สินที่โอนแก่กันมิได้ด้วยกฎหมาย
ง.สังหาริมทรัพย์

12.36
ในสัญญาประกันภัย "บุคคลผู้จะพึงได้รับค่าสินไหมทดแทน" คือใคร
ก. ผู้รับประกันภัย
ข.ผู้รับประโยชน์
ค.ผู้เอาประกัน
ง.ผู้รับมอบอำนาจ

12.37
ในการประกันวินาศภัยใครเป็นบุคคลคนเดียวกันได้
ก. ผู้เอาประกัน กับ ผู้รับประโยชน์
ข.ผู้เอาประกัน กับ ผู้รับประกัน
ค.ผู้รับประกัน กับ ผู้รับค่าสินไหมทดแทน
ง.ผิดทุกข้อ

12.38
ข้อใดถูกต้อง
ก. การใช้เช่าอสังหาริมทรัพย์ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือจะฟ้องร้องกันมิได้
ข.ถ้าให้เช่าเกินกว่า 3 ปีขึ้นไปต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ค.ถ้าให้เช่าตลอดอายุต้องทำเป็นหนังสือแต่ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จะบังคับได้ 3 ปี
ง.ถูกทุกข้อ

12.39
นาย ก ให้นาง ขที่นาเช่าเป็นทำนา 15 ปี แต่ไม่ได้ทำสัญญาให้เช่า หากนาง ข ไม่ชำระค่าเช่า
นาย ก จะฟ้องร้องได้หรือไม่อย่างไร
ก. นาย ก จะฟ้องร้องนาง ข ได้และได้รับค่าเช่าครบ 15 ปี
ข.นาย ก จะฟ้องร้องนาง ข ไม่ได้ เพราะคู่สัญญาไม่ได้ทำเป็นสัญญาเช่า
ค.นาย ก จะฟ้องร้องนาง ข ได้ และได้ค่าเช่าครึ่งหนึ่งของระยะเวลาเช่า 15 ปี
ง.นาย ก จะฟ้องร้องนาง ข ได้ หากนาง ข ไม่จ่ายค่าเช่าแต่จะบังคับได้เพียง 3 ปี

12.40
สัญญาเช่าซื้อกรรมสิทธิ์เป็นของผู้ใด.
ก. ผู้เช่าซื้อ
ข.ผู้ให้เช่าซื้อ
ค.ผู้ผ่อนชำระ
ง.ผู้ให้เช่า

12.41
สัญญาขายผ่อนชำระกรรมสิทธิ์เป็นของใคร
ก. ผู้ซื้อ
ข.ผู้ขาย
ค.ผู้ผ่อนชำระ
ง.ผู้ขายฝาก

12.42
การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีทำให้ทรัพย์สินเสียหายสามารถทำได้ตามข้อใด?
ก นำทรัพย์สินนั้นไปซ่อมแซม
ข ใช้ราคาทรัพย์สินที่เสียหาย
ค ซื้อทรัพย์สินชนิดและประเภทเดียวกันมาใช้แทน
ง ถูกทุกข้อ

12.43
กรณีที่ผู้ขับขี่ขับรถไปชนบุคคลอื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกจากผู้ขับขี่จะต้องรับผิดทางอาญาแล้ว ผู้ขับขี่ยังจะต้องรับผิดทางแพ่งอย่างไร
ก ถูกจำคุก
ข ถูกปรับ
ค ถูกริบทรัพย์สิน
ง ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
 
ข้อสอบ : กฎหมายอาญา
12.44 ข้อใดถูกต้อง
ก. กฎหมายอาญาเป็นกฎหมายว่าด้วยความผิดและการกำหนดโทษ
ข.กฎหมายอาญาเป็นกฎหมายมหาชน
ค.กฎหมายอาญาเป็นกฎหมายที่ ที่ใช้บังคับแก่คนทั่ว ๆ ไป
ง.ถูกทุกข้อ

12.45
นาย ข ขายของเกินราคาเนื่องจากอ้างว่าไม่ทราบประกาศของทางราชการได้หรือไม่
ก. ได้ เพราะ บ้านของนาย ข ไม่มีโทรทัศน์จึงไม่ทราบประกาศทางราชการ
ข.ได้ เพราะ ทางราชการไม่ส่งหนังสือแจ้งให้นาย ข ทราบถึงการขึ้นราคาสินค้า
ค.ไม่ได้ เพราะ บ้านของนาย ข อยู่ใกล้สถานีตำรวจ
ง.ไม่ได้ เพราะ นาย ข จะปฏิเสธว่าไม่รู้กฎหมายเพื่อให้พ้นความผิดไม่ได้

12.46
การกระทำที่ก่อให้เกิดความผิดในทางอาญา ได้แก่การกระทำเช่นไร
ก. กระทำในสิ่งที่กฎหมายห้ามกระทำ
ข.ไม่กระทำในสิ่งที่กฎหมายให้กระทำ
ค.กระทำในส่งที่กฎหมายให้กระทำ
ง.ข้อ ก และ ข ถูกต้อง

12.47
นาย ก ไม่เข้าไปช่วยดับเพลิงเมื่อพนักงานเรียกให้ช่วยระงับทั้งที่สามารถช่วยได้แต่นาย ก ไม่ยอมช่วยเหลือ
พฤติกรรมของ นาย ก่อให้เกิดความผิดทางอาญาหรือไม่อย่างไร
ก. นาย ก ผิดกฎหมายอาญา เนื่องจาก ไม่กระทำในสิ่งที่กฎหมายให้กระทำ
ข.นาย ก ผิดกฎหมายอาญา เนื่องจาก กระทำในสิ่งที่กฎหมายให้กระทำ
ค.นาย ก ไม่ผิดกฎหมายอาญา เนื่องจาก นาย ก เป็นบุคคลภายนอก
ง.นาย ก ไม่ผิดกฎหมายอาญา เนื่องจาก นาย ก ไม่ได้ยินพนักงานเรียกให้ช่วย

12.48
เจตนาตามกฎหมายอาญามี 2 ประเภท
ก. เจตนาจงใจ กับ เจตนาประมาท
ข.เจตนาโดยประสงค์ต่อผล และเจตนาโดยย่อมเล็งเห็นผล
ค.เจตนาทางตรง และ เจตนาทางอ้อม
ง.ข้อ ข และ ค ถูกต้อง

12.49
ข้อใดคือเจตนาโดยประสงค์ต่อผล
ก. นาย ก ใช้ปืนยิง นาย ข ถึงแก่ความตาย
ข.นาย ก ใช้ปืนยิ่งเข้าไปในรถโดยสารที่บรรทุกผู้โดยสารแน่นคันรถ
ค.นาย ก ขว้างก้อนหินเข้าไปในกลุ่มคนที่เข้าคิวรอซื้อตั๋วหนังแน่นขนัด
ง.นาย ก ยิ่งหนังสติ๊ก เช้าไปในกลุ่มคนที่กำลังเดินขบวนพาเหรด

12.50
ข้อใดคือเจตนาประสงค์ต่อผล
ก. นาย ก ใช้ปืนยิง นาย ข ถึงแก่ความตาย
ข.นาย ก ใช้ปืนยิ่งเข้าไปในรถโดยสารที่บรรทุกผู้โดยสารแน่นคันรถ
ค.นาย ข ใช้ไม้มีดแทงนาย ก ถึงแก่ความตาย
ง.นาย ข ดักตีศรีษะนาย ก ได้รับบาดเจ็บสาหัส

12.51
ผู้ใดประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต้องระวางโทษอย่างไร
ก. จำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ข.จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ค.จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 30,000 บาท
ง.จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 บาท

12.52
นาย ก ชกนาย ข หนึ่งที่ ข ล้มลง บังเอิญศีรษะไปโดนแง่หินถึงแก่ความตาย การกระทำเช่นนี้นาย กจะต้งอรับผิดฐานใด
ก. นาย ก ต้องรับผิดฐานทำให้คนตายโดยไม่เจตนา
ข.นาย ก ต้องรับผิดฐานทำร้ายร่างกาย
ค.นาย ก ต้องรับผิดฐานทำให้คนตายโดยประมาท
ง.นาย ก ต้องรับผิดฐานทำให้คนตายโดยไม่ประสงค์ต่อผล

12.53
ความผิดอันก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนในการใช้รถใช้ถนนคือข้อใด
ก. การนำระเบิดไปฝังไว้ในที่จอดรถ
ข.การใช้นำมันราดทางเดินรถ
ค.บรรทุกผู้โดยสารในลักษณะห้อยโหน
ง.ถูกทุกข้อ

12.54
ข้อใดไม่ใช้ "อันตรายสาหัส"
ก. แท้งลูก
ข.เสียแขน 1 ข้าง
ค.เจ็บป่วยทุกขเวทนาเป็นเวลา 20 วัน
ง.เสียอวัยวะสืบพันธ์

12.55
ข้อใดไม่ใช้ความผิดลหุโทษ
ก. การกระทำใด ๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อน
ข.การดื่มสุราจนครองสติไม่ได้
ค.พกพาอาวุธเข้าไปในเมือง
ง.ชักหรือแสดงอาวุธในการทะเลาะวิวาทต่อสู้ ต้องระวางโทษจำคุก 15 วัน

12.56
การขับรถโดยประมาทหมายถึงข้อใด?
ก นายมิ่งขับรถตัดหน้ารถของนายมากโดยจงใจ ทำให้รถนายมากเสียหลักพลิกคว่ำ
ข นายเขียวเจตนาขับรถชนนายขาวจนถึงแก่ความตาย
ค นายเหลี่ยมขับรถที่มีห้ามล้อชำรุดจนเป็นเหตุให้ชนคนตาย
ง นายจักรตั้งใจขับรถชนนายจง แต่พลาดไปถูกนายจันบาดเจ็บสาหัส

12.57
ในกรณีขับรถโดยประมาทชนผู้อื่นจนได้รับอันตรายสาหัส ผู้ขับรถต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามข้อใด?
ก ค่าปลงศพ
ข ค่ารักษาพยาบาล
ค ค่าขาดไร้อุปการะ
ง ถูกทุกข้อ

12.58
กรณีตามข้อใดที่ผู้ขับรถต้องรับผิดทางอาญา?
ก ขับรถประมาทชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ข ขับรถนายจ้างไปชนรถคันอื่นได้รับความเสียหายโดยเจตนา
ค ขับรถด้วยความเร็วเฉี่ยวคนกำลังข้ามทางม้าลายล้มแขนหัก
ง ถูกทุกข้อ

12.59
อันตรายสาหัสหมายถึงข้อใด?

ก ตาบอดหรือหูหนวก
ข บาดเจ็บรักษาตัวเกินกว่า 20 วัน
ค ขาหักหรือแขนขาด
ง ถูกทุกข้อ

12.60
นายวินัยขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้นายสมพลถึงแก่ความตาย และศาลลงโทษจำคุกไม่เกินสองปีแต่เนื่องจากนายวินัยไม่เคยต้องโทษในคดีอาญามาก่อน ศาลจึงรอลงอาญาไว้ ท่านเข้าใจว่ารอลงอาญาหมายถึงข้อใด?
ก ศาลพิพากษาว่านายวินัยไม่มีความผิด
ข ศาลพิพากษาว่านายวินัยไม่ต้องรับโทษ
ค ศาลพิพากษาว่านายวินัยมีความผิดแต่รอการลงโทษไว้
ง ถูกทุกข้อ


12.61
กรณีที่ผู้ขับขี่ขับรถโดยประมาทไปชนบุคคลอื่นใดจนถึงแก่ความตาย นอกจากผู้ขับขี่จะต้องใช้ค่าสินไหม
ทดแทนในทางแพ่งแล้ว ผู้ขับขี่จะต้องรับโทษทางอาญาในข้อใด?
ก ประหารชีวิต
ข จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ค จำคุกตลอดชีวิต
ง ริบทรัพย์สิน

12.62
ความผิดลหุโทษ